จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ

จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ
จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ

นมัสเต วันนี้เราทักทายทุกคนด้วยภาษาอินเดีย เพราะวันนี้เรามีเมนูสุดพิเศษ จากประเทศอินเดียมาแนะนำอย่างจาปาตี หลายๆคนคงทราบกันดีว่าประเทศอินเดียมีวัฒนธรรมที่ยาวนาน รวมถึงวัฒนธรรมอาหารการกินด้วย อาหารอินเดียเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น มีกลิ่น รสชาติ และสีสันของเครื่องเทศอันเข้มข้น ทำให้เจริญอาหาร ช่วยย่อย ทั้งยังทำให้ร่างกายอบอุ่นในฤดูหนาว โดยเครื่องเทศแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ อาหารมังสวิรัติและอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ 

ส่วนใหญ่แล้วคนอินเดียรับประทานแป้งและข้าวเป็นหลักในทุกมื้อจะต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างในสำรับ โดยอาหารจำพวกแป้งหรือจะเรียกว่าขนมปังก็ได้ สามารถจำแนกได้หลายชนิดคือ นาน จาปาตี โรตี ฯลฯ จาปาตี (Japati หรือ Chapatti) เป็นขนมปังอินเดียมีประวัติอันยาวนาน  ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วเอเชียใต้อย่าง อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ฯลฯ โดยมีลักษณะเป็นแป้งสีน้ำตาลที่ค่อนข้างคล้ายกับโรตี ในบางพื้นที่ของอินเดียก็เรียกแทนกันได้ ทั้งสองชนิดนี้จะทอดหรือจี่บนกระทะแบนหรือโค้งเล็กน้อย โดยจาปาตีจะไม่ใช้น้ำมัน นิยมทานคู่กับแกงหลายชนิดของอินเดียถือเป็นอีกหนึ่งอาหารนานาชาติที่น่าสนใจอีกเมนูหนึ่ง ดังนั้นวันนี้เราจึงมีสูตรการทำเมนูจาปาตี แบบฉบับอินเดียมาฝากทุกคน จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

ส่วนผสมหลักของเมนูจาปาตี

จาปาตี (Japati หรือ Chapatti) เป็นอาหารอินเดีย ที่นิยมกินกับแกงหลากหลายชนิดของอินเดีย เป็นเมนูที่ทำจากแป้งข้าวสาลีทั้งเมล็ดธรรมดาๆ อบในเตาดินเผาหน้าตาคล้ายโอ่งผ่าซีก หรือคล้ายๆ บอลลูน (หรือจะเป็นกระทะเหล็กก็ได้ค่ะ) แต่ก่อนจะเข้าเตาแป้งต้องผ่านการนวดก่อน โดยระหว่างที่นวดก็คลุกผงแป้งไปเป็นระยะๆ แล้วปั้นไว้เป็นก้อน จากนั้นตีให้แบนๆ ก่อนนำเข้าเตาดินเผาหรือกระทะ จาปาตีสูตรที่เรานำมาแนะนำสามารถใช้ทำจาปาตีได้ 10-12 อันซึ่งมีส่วนผสมทั้งหมดดังนี้

จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ
จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนผสมสำหรับเมนูจาปาตี

  1. แป้งสาลี หรือ แป้ง Durum wheat atta (แป้งข้าวสาลีดูรัมแบบละเอียด) 2 ถ้วย
  2. น้ำอุ่น 1 ถ้วย (หรือจะใช้โยเกิร์ตหรือนมแทนก็ได้)
  3. เกลือ 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)
  4. เนยใส (Ghee) 1-2 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)

ขั้นตอนวิธีการทำจาปาตี

สำหรับสูตรขั้นตอนการทำจาปาตีที่เรานำมาฝากเป็นสูตรที่ใช้กระทะทำจาปาตีให้แป้งสุก ซึ่งสูตรนี้สามารถทำตามได้ง่ายๆ โดยมีวิธีทำดั้งนี้

  1. เริ่มจากการเทแป้งสาลี เกลือ และเนยใส ใส่ลงในภาชนะผสม แล้วใช้มือของคุณคนส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเนียน 

หากใช้แป้ง durum wheat atta ก็จะได้จาปาตีที่อร่อยที่สุด แม้ว่าแป้งสาลีจะใช้ได้เหมือนกัน แต่มันก็จะทำให้เนื้อหนุบหนับมากกว่า และอาจเหี่ยวได้ง่ายกว่าเล็กน้อย 

แนะนำเพิ่มเติม

  • หากคุณเป็นคนที่รักสุขภาพมากๆ สามารถใส่น้ำมันมะกอกแทนเนยใสได้ แต่อาจจะไม่อร่อยเท่าใส่เนยใส
  • คุณสามารถใส่เครื่องเทศที่ชอบสักหนึ่งช้อนชา อย่างเช่นพริกป่นอะไรประมาณนั้นก็ได้ ถ้าหากว่าคุณต้องการเพิ่มอะไรนิดหน่อยให้กับสูตรดั้งเดิม
  1. ใส่น้ำอุ่นลงไปในส่วนผสมของแป้งครึ่งถ้วยแล้วคนให้ได้เนื้อแป้งที่อ่อนนุ่ม ซึ่งจะทำให้นวดแป้งโดว์ได้ง่ายกว่า ให้ใช้นิ้วผสมแป้งวนเป็นวงกลมพร้อมค่อยๆ ใส่น้ำอุ่นลงไปทีละนิด ถ้าเทลงไปรวดเดียวจะทำให้การผสมส่วนผสมยากขึ้นไปอีก ในตอนแรกส่วนผสมจะดูหยาบร่วน แต่พอใส่น้ำไปเรื่อย ๆ มันจะเริ่มจับตัวกันเองค่ะ นวดไปประมาณ 10 นาที เมื่อนวดเสร็จแล้ว แป้งโดว์จะดูเรียบเนียนสวยงาม ถ้าเกิดว่ามันแข็งเกินไป แป้งจาปาตีก็จะไม่พองตัว แต่ถ้ามันนุ่มเกินไปก็จะยากต่อการม้วนแป้ง และมันก็จะไม่ฟูขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่จะต้องหาความพอดีของมัน
  2. นำแป้งโดว์ใส่ลงชามที่ทาด้วยน้ำมันและห่อหุ้มชามด้วยผ้าเอาไว้ประมาณ 25 นาที รอเวลาให้แป้งโดว์รวมตัวกัน ถ้าเกิดทิ้งไว้นานเกินไป แป้งโดว์อาจเสียความชุ่มชื้นไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรเริ่มด้วยเวลาที่ต่ำกว่าแล้วค่อยเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้แป้งจาปาตีที่ต้องการ
จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ
จาปาตี อาหารต้นตำรับสไตล์อินเดีย อร่อยทำตามได้ง่ายๆ

แนะนำเพิ่มเติม

  • เมื่อเวลาผ่านไปซักระยะหนึ่ง ให้คุณลองทามือตัวเองด้วยน้ำมันหรือเนยใสแล้วนวดแป้งโดว์ต่ออีกสัก 5 นาที จะทำให้แป้งนุ่มเนียนขึ้นด้วยล่ะ
  1. แบ่งแป้งโดว์เป็นก้อนเล็กๆ 10-12 ก้อน แล้วจุ่มลงไปในแป้ง โดยเส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนแป้งแต่ละก้อนควรอยู่ที่ประมาณ 3 นิ้ว (7.5 เซนติเมตร) แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้มันเท่ากันทุกก้อนก็ได้ค่ะ คุณควรใช้มือหรือไม้นวดแป้งในการแผ่ก้อนแป้งแต่ละก้อนเบาๆ แล้วจุ่มลงในผงแป้งทั้งสองด้าน จากนั้นให้เก็บก้อนแป้งที่เหลือไว้ในผ้าระหว่างที่กำลังนำก้อนแป้งชิ้นอื่นไปคลุกแป้งอยู่ ถ้าเกิดนำออกมาจากผ้าหมดในรวดเดียว จะทำให้ก้อนแป้งเสียความชุ่มชื้นไปได้ค่ะ
  2. นวดแป้งโดว์ให้แผ่ด้วยไม้นวดแป้ง จนกว่าก้อนแป้งจะบางและกลมคล้ายแพนเค้ก การนวดแป้งอย่างสม่ำเสมอจะทำให้จาปาตีพองตัวขึ้นมาได้ดี
  3. เริ่มอุ่นกระทะ (กระทะโค้งแบนเล็กน้อยเหมือนที่ทำโรตี) หรือเตากริดเดิ้ล (เตาสำหรับปิ้ง) ด้วยไฟกลาง แล้วทอดจาปาตีทั้งสองด้าน โดยวางแป้งจาปาตีลงในกระทะ แล้วทอดจนกว่าแป้งจะเกือบสุก จากนั้นก็กลับด้านและเพิ่มไฟขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อกลับด้านจาปาตีแล้ว อากาศก็จะเข้าไปในตัวแป้ง ควรทอดมันต่อไปจนกว่าปุ่มพองจะขึ้นมาทั้งสองด้านของแผ่นขนมปัง และควรหมุนกลับจาปาตีทุกๆ 2-3 วินาทีเพื่อให้แน่ใจว่าแป้งสุกเท่าๆ กันทุกด้านแล้ว

แนะนำเพิ่มเติม

  • หากแป้งจาปาตีมีอากาศเข้า ควรกดปุ่มพองเหล่านั้นเบาๆ เพื่อให้อากาศผ่านไปทั่วแผ่นแป้งก็ได้ ปุ่มเหล่านั้นจะทำให้จาปาตีนุ่มขึ้นและดูดีขึ้น เมื่อจาปาตีพองตัวเต็มที่แล้วก็นำออกมาจากกระทะได้เลย
  • หากใช้เตาแก๊สควรทอดด้วยไฟจากเตาแก๊สโดยตรง โดยใช้ที่หนีบกลับด้านไปหา ถ้าต้องการจะทำวิธีนี้ ต้องดูให้แน่ใจว่าเตาแก๊สของคุณสะอาดมากๆ และต้องระมัดระวังในระหว่างที่ทอดด้วย
  1. นำจาปาตีออกมาจากกระทะ แล้วใช้กระดาษห่อเอาไว้จนกว่าจะนำไปเสิร์ฟ หรือจะวางแผ่นแป้งจาปาตีไว้ในภาชนะที่ปูด้วยกระดาษก็ได้ ต้องให้แน่ใจนะว่าห่อแผ่นแป้งจาปาตีหลังจากที่นำขึ้นมาแล้วทันที 
  2. พร้อมเสิร์ฟจาปาตีรสเลิศเคียงคู่แกงกะหรี่หรือแตงกวาดอง หรือจะเอาแป้งไว้ห่อก็ย่อมได้ คุณสามารถทาเนยใสลงบนจาปาตีเพื่อรสชาติที่นุ่มลึกกว่าเดิมได้อีกด้วย และสามารถกินจาปาตีในลักษณะของอาหารอินเดียอันเป็นแก่นดั้งเดิมได้เช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคนสำหรับสูตรการทำจาปาตี เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูที่มีประวัติที่ยาวนานมาก สำหรับใครที่ต้องการให้จาปาตีเป็นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นและมีความนุ่มขึ้น ให้ใช้นมอุ่นๆ ครึ่งถ้วยกับน้ำอุ่นครึ่งถ้วยแทนการใช้น้ำเปล่า 1 ถ้วย ในปัจจุบันจาปาตีจะเสิร์ฟในรูปร่างที่เป็นวงกลมหรือทรงกลม แต่จะลองทำเป็นรูปแบบอื่นๆ ก็ได้นะคะ

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ