สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล
สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล
ปลาทับทิมสามรส
ปลาทับทิมสามรส
Categories
อาหารสุขภาพ

สลัดโรล อร่อยและได้สุขภาพ วิธีทำไม่ยากเลย

สลัดโรล

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหา เมนูคลีน ๆ เพื่อที่จะลดน้ำหนัก เราขอเสนอเมนู สลัดโรล จัดไปเน้น ๆ กับ สลัดโรลปูอัด พร้อมสูตรการทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด อร่อยไม่ง้อร้าน

สลัดโรล ส่วนผสมในการทำ

สลัดโรล

สลัด โรล เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการรับประทานสลัดให้รับประทานง่ายขึ้น โดยที่ยังคงคุณค่าทางสารอาหารเอาไว้อย่างครบครัน ไม่ว่า จะเป็น ผัก เนื้อปูอัด แผ่นแป้งปอเปี้ยะ น้ำสลัด และอื่น ๆ ทำให้การกินสลัดนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่ ใช้ส้อมจิ้มและตักเข้าปากเท่านั้น ก็อร่อยแล้ว ในส่วนของการเลือกน้ำจิ้ม จะเป็นแบบไหนก็ได้ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้าน เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือวาซาบิก็ได้ หรือ ใครที่ไม่ชอบน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มโยเกิร์ตเบาๆ ก็ถือว่าอร่อยแล้ว

สลัดโรล

วัตถุดิบ

  • แผ่นแป้ง(หาซื้อที่แม็คโคร,ฟู้ดแลนต์ และห้างสรรพสินค้าทุกที่)
  • ผักสลัดสีเขียว green oak,สีแดง red coral (หาซื้อที่แม็คโคร,ฟู้ดแลนต์ และอื่น ๆ )
  • แครอทหั่นตามยาวแตงกวาหั่นตามยาว(เอาไส้ออก)
  • ปูอัดยี่ห้อเบนโตะ
  • น้ำจิ้มตามชอบ(น้ำจิ้มซีฟู้ด,น้ำสลัดวาซาบิ,น้ำสลัดต้มยำ และอื่น ๆ )

วิธีทำ

สลัดโรล

ขั้นตอนที่ 1 นำแผ่นแป้งที่เตรียมไว้ หลายคนเรียกแผ่นแป้งนี้ว่า แป้งปอเปี้ยะ นำมาจุ่มน้ำสะอาด ในส่วนของผักสลัด นำมาฉีกเป็นชิ้นเล็ก ทั้งนี้เพราะผักสลัดถือว่า ค่อนข้างมีความสำคัญอยู่พอสมควร ในการนำมาใช้ทำสลัดโรล

ขั้นตอนที่ 2 วางแป้งที่จุ่มน้ำแล้ว ตามด้วยการนำผักสลัดที่ฉีกแล้วมาเรียงทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ตามด้วยแครอทและแตงกวาที่นำไส้ออกไปแล้วและตบท้ายด้วยปูอัด

ขั้นตอนที่ 3 วิธีม้วนให้สลัดโรลออกมาสวย คือการนำแป้งมาคลุมไส้ กดเบาๆ ม้วนแป้งไปจนสุดทั้งนี้เพื่อให้ไส้สลัดดูแน่น พยายามให้เห็นช่อผัก จัดให้สวยเข้าไว้ จากนั้นนำมีดมาหั่นครึ่งหนึ่ง ทำแบบเดียวกันหลาย ๆ ชิ้น

ขั้นตอนที่ 4 นำมาจัดวางลงในจานจากนั้น เทน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ซื้อสำเร็จรูปหรือจะทำน้ำจิ้มซีฟู้ดเองก็ได้ โดยการ โขลกพริกขี้หนูสวนประมาณ 30 กรัม กระเทียม 30 กรัม รากผักชี 2 ราก นำมาโขลกหรือปั่นให้พอหยาบ ๆ เติมรสด้วยน้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะและน้ำเปล่าประมาณ ¼ ถ้วยตวง คนให้น้ำตาลละลาย ก็สามารถนำมาจิ้มกินกับสลัดโรลที่เราเตรียมไว้ได้แล้ว

สลัดโรล

สลัดโรลเมนูเพื่อสุขภาพง่าย ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะ ใครที่กำลังจะลดน้ำหนัก สามารถเลือกเมนูนี้มารับประทานได้เลย เพราะกินยังไงก็ไม่อ้วน อีกทั้ง ในผักสลัดและแครอท ยังทำให้ผิวสวย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในผักอยู่แล้ว อยากสวย และก็อร่อยด้วย ลองเข้าครัวทำดูนะคะ ไม่ผิดหวัง

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารนานาชาติ

ราเมนไอศครีม เมนูท้าให้ลอง กินก่อน อินเทรนด์

ราเมนไอศครีม

ราเมนไอศครีม คืออะไร ? เชื่อว่าหลายคนคงนึกสงสัย ราเมนหรือราเม็ง กินคู่กับไอศครีมได้หรือ มาดูกัน 

ส่วนผสมในการทำ ราเมนไอศครีม

ราเมน ไอศครีม เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้สึกประหลาดใจด้วยซ้ำ เราสามารถนำไอศครีมมีกินคู่กับราเมงได้หรือ? เอาเข้าจริง เทรนด์การนำไอศครีมมากินรวมกับราเมง กำลังฮิต และเชื่อว่า อีกไม่นาน การกินไอศครีมคู่กับราเมง จะเป็นที่กล่าวถึงในไม่ช้า และก็จะฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทว่า แอดมินรีบชิงพื้นที่ตรงนี้ มาบอกเพื่อน ๆ ถึงกระแส กินราเม็งไปพร้อมกับไอศครีม กำลังมาแน่นอน จนในไม่ช้าจะกลายเป็นไวรัลให้เห็นบนสื่อสังคมออนไลน์

ราเมนไอศครีม

เมนูราเมงไหนบ้างกินไปพร้อมกับไอศครีมได้ บอกเลยว่า สามารถนำมากินได้ทุกเมนูและวันนี้ เมนูราเมงที่แอดมินนำเสนอ กินกับไอศครีมแล้วอร่อยจริง ๆ คือเมนูราเมงหมูชาชู

วัตถุดิบ ราเมนไอศครีม

ราเมนไอศครีม
  • สันคอหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะสไลซ์แพ็ค
  • เส้นบะหมี่ญี่ปุ่น2ก้อน
  • น้ำซุป300มิลลิลิตร
  • กระเทียม 2กลีบ
  • น้ำมันพืช 1ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา1ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ2ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1/4ช้อนชา
  • มิริน 1ช้อนโต๊ะ
  • มิโซะ 1ช้อนโต๊ะ
  • ขิงซอย1สำหรับตกแต่ง
  • ต้นหอมซอย1สำหรับตกแต่ง
  • ข้าวโพดย่าง 1สำหรับจัดเสิร์ฟ
  • ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น 1สำหรับจัดเสิร์ฟ
  • งาขาว

ขั้นตอนการทำ

ราเมนไอศครีม

ขั้นตอนที่ 1 สูตรนี้จะเป็นราเมงหมูมิโซะ เป็นราเมนไอศครีมที่กินคู่แล้วเข้ากันมาก ๆ เริ่มจากเตรียมน้ำซุปทำราเมง ใส่น้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียม ผัดจนหอม ใส่หมูสไลด์ ผัดจนสุก ตามด้วยเครื่องปรุงรส อย่าง น้ำมันงา โชยุ น้ำตาลทราย พริกไทย มิรินทมิโซะ ตามด้วยน้ำซุป คนส่วนผสมทุกอย่างที่เตรียมไว้ รอเดือด จากนั้นยกลงจากเตา

ขั้นตอนที่ 2 นำเส้นราเมงที่เตรียมไว้ มาลวกในน้ำร้อน ใช้ตะเกียบคนจนเส้นบะหมี่สุก อันเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนการทำ ราเมง เมนู

ขั้นตอนที่ 3 นำเส้นบะหมี่ญี่ปุ่นใส่ชาม ตักน้ำซุป ตามด้วยหมูสไลด์ วางลูกชิ้นปลาลงไป และที่สำคัญ เพิ่มคุณค่าทางสารอาหารโดยเพิ่มในส่วนของข้าวโพดย่าง ต้นหอมซอย ขิงซอย และงาขาวลงไป และเพื่อความแผลกใหม่ ราเมง รสชาติ รสชาติอย่างไร ให้วางไอศครีมลงไปในถ้วยราเมง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินราเมง เพียงเท่านี้ เราก็ได้ราเมงสูตรใหม่มารับประทานแล้ว

กินราเมงอย่างไรให้แตกต่างและมีอรรถรส ราเมงกินคู่กับไอศครีมได้ ถือเป็นการนำอาหารมามิกซ์แอนด์แมทช์ที่ค่อนข้างจะลงตัว ใครไม่เชื่อ ลองทำดู หรือ ไปกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นก็ได

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารไทย

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ รสชาติจัดจ้าน ยำอร่อย กินไม่เบื่อ

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ

เมนูที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ลองทำตามคือ ยำไข่แดงเค็มหมูยอ ไข่แดงเยิ้ม ๆ อร่อย เอามายำ อยากรู้เหลือเกิน ยำไข่แดงเค็มต้องลวกไหม มาดูกัน

ส่วนผสมของ ยำไข่แดงเค็มหมูยอ

ยำไข่แดงเค็ม หมูยอ เมนูยำแซ่บ ๆ อร่อยเน้น ๆ ทั้งไข่แดงนำไปนึ่ง รวมถึงหมูยออร่อย ๆ ที่นึ่งสุกแล้ว จะเป็นรสชาติออริจินอล หรือรสชาติพริกไทยดำ ต่างนำมายำเมนูอาหารดังกล่าวได้ไม่ยาก

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ

หมูยอ ถือได้ว่า เป็นการนำเนื้อหมูมาแปรรูป ทำให้เนื้อหมูมีรสชาติที่แปลกใหม่ขึ้น อีกทั้งยังอร่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้เพราะหมูยอสามารถนำมาดัดแปลงทำได้หลายเมนูเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำแหนมเนือง ยำหมูยอ หรือนำมาใช้กินคู่กับข้าวเหนียวส้มตำ ก็ถือได้ว่า เมนูดังกล่าว อร่อยแล้ว

มาถึงเมนูที่แอดมินกำลังจะเสนอในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งเมนูแซ่บ ๆ ที่ควรลองหัดทำดู โดยเฉพาะ การเตรียมน้ำยำนั้น เป็นเรื่องที่เตรียมไม่ยากเลย เพราะน้ำยำนั้น สามารถปรุงรสได้ตามชอบ ขอเพียงใช้น้ำมะนาวจริงเท่านั้น ก็สามารถทำน้ำยำหอมกลิ่นมะนาวได้แล้ว

วัตถุดิบยำไข่แดงเค็มหมูยอ

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ
  • หมูยอ1 แท่ง
  • ไข่แดงเค็มตามชอบ
  • พริกแดงบดละเอียด2 ช้อนโต๊ะ(หรือตามชอบ)
  • หอมแขก2 หัว
  • ขึ้นช่ายตามชอบ
  • ผักชีฝรั่งตามชอบ
  • น้ำตาลปีบละลาย2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว3 ช้อนโต๊ะ (หรือตามชอบ)
  • น้ำปลา1/2ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาร้า 

วิธีทำ

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ

ขั้นตอนที่ 1เตรียมปรุงน้ำยำที่จะนำมาทำ ยำไข่แดงเค็ม หมูยอ นั่นก็คือ พริก น้ำปลา น้ำตาล มะนาว ปลาร้า ลงในชามผสม

ขั้นตอนที่ 2 อยากกินให้อร่อย อย่าตั้งคำถาม ยำหมูยอไข่แดงเค็มกี่แคล ให้ใส่หมูยอ ไข่แดงเค็มลงไป จากนั้นชิมรสตามชอบ 

ขั้นตอนที่ 3 นำผักที่เตรียมไว้ใส่ในชามผสม คลุกให้เข้ากัน เทใส่จาน แล้วจัดเสริ์ฟ เป็น ยำหมูยอไข่แดงเค็มราคา ไม่แพง เพราะทำเอง

เทคนิคพิเศษ 

ยำไข่แดงเค็มหมูยอ

1.อย่าลืมหั่นมะนาวฝานลงไป เพราะมะนาวฝานจะไปช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับเมนูดังกล่าวนี้

2.นำหมูยอกับไข่แดงเค็มไปนึ่งในลังถึงประมาณ 5 นาที กระทั่งสุก ยกลงจากเตา รอจนเย็น ก็นำมาใช้งานได้แล้ว

ยำไข่แดงเค็มหมูยอเมนูแซ่บ กินกับอะไรก็อร่อย เป็นเมนูเด็ด ใช้เวลาปรุงเพียงไม่นาน ก็สามารถนำเมนูนี้มารับประทานได้แล้ว อีกทั้งในเรื่องของการเตรียมส่วนผสม เป็นของที่มีในครัวเรือนอยู่แล้ว และการซื้อหมูยอ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเข้าร้านสะดวกซื้อ ก็หามาทำได้

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมหวานไทย

บัวลอย หลากสีสัน โดนใจ ขนมนุ่ม ๆ มัน ๆ กินอร่อย

บัวลอย

เมนูขนมไทย ที่เราจะมาบอกต่อสูตรความอร่อยก็คือ บัวลอย สูตรเด็ดทำขายได้ สูตรนี้บอก วิธีทำแป้งบัวลอยให้เหนียวนุ่ม ทำแบบไหน ต้องลอง

ส่วนผสมในการทำ บัวลอย

บัวลอย

บัว ลอย ขนมไทยที่มีส่วนผสมของน้ำกะทิเป็นหลัก เป็นขนมไทยที่ทำง่าย แต่อร่อย อีกทั้งยังนำมาดัดแปลง ทำเป็นขนมสีต่าง ๆ ดังที่กำลังจะรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำขนมดู เชื่อว่า ถ้าทำด้วยตัวเองแล้ว มัดใจใครได้ไม่ยาก

วัตถุดิบในการทำบัวลอย

บัวลอย
  1. แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
  2. แป้งมัน 10 กรัม
  3. สีผสมอาหาร อย่างละ 4 หยด (สีม่วง / สีฟ้า/ สีเขียว / สีเหลือง / สีแดง)
  4. น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ 8 ช้อนโต๊ะ 
  5. กะทิ 4 ถ้วย (หางกะทิ 2 ถ้วย + หัวกะทิ 2 ถ้วย)
  6. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  7. น้ำตาลทราย 80 กรัม
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
  9. มะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นพอคำ 50 กรัม
  10. ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ

บัวลอย

ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นตอนการเตรียมแป้งบัวลอย นำแป้งข้าวเหนียวกับแป้งมันมาผสมในชามผสม ตามด้วยสีผสมอาหาร จากนั้นเทน้ำลงไป คราวละ 1 ชต. ระหว่างนั้น ทำการนวดแป้งไปด้วย ใส่น้ำจนกระทั่งครบ 8 ชต.สังเกตุดู ก็จะพบว่า แป้งมีความเนียนละเอียดและไม่เหลว จากนั้นหาผ้าขาวหรือนำฟิล์มมาแร็ปปิดไว้ เตรียมแป้งทำบัวลอยสีอื่นต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากผสมและนวดแป้งจนครบทุกสีแล้วนำแป้งมาปั่นเป็นก้อนกลม ๆ ประมาณ 1 ซม. รอน้ำในหม้อต้มเดือดก่อน หยอดแป้งลงไปในหม้อ รอจนแป้งลอยขึ้นมา จากนั้นช้อนแป้งขึ้นมาจากหม้อ พักไว้ในน้ำเย็น อันเป็นวิธีง่าย ๆ ในการทำ บัว ลอย วิธีทำง่าย ๆ

บัวลอย

ขั้นตอนที่ 3 เตรียมหม้อสำหรับต้มน้ำกะทิ จากนั้นตั้งบนเตา เทหางกะทิในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ น้ำตาลปี๊บ ขั้นตอนนี้ให้ใช้ไฟกลาง คนส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน ตอกไข่ใส่กะทิ รอไข่สุก ช้อนขึ้นมาจากหม้อ เตรียมไว้ใส่บัวลอย เป็นสูตรบัวลอย ที่มีส่วนผสมของไข่ต้ม

ขั้นตอนที่ 4 ภายหลังตักไข่ขึ้นมาจากกะทิ ให้เทหัวกะทิที่เหลือลงในหม้อที่ได้ต้มหางกะทิไว้แล้ว คนส่วนผสมดังกล่าวให้เข้ากัน ใส่บัวลอยและมะพร้าวอ่อน ต้มต่อ 10 นาที ทั้งนี้เพื่อให้ความหวานและมันที่มาจากกะทิซึมเข้าไปในเนื้อขนม ครบ 10 นาทีเมื่อไหร่ ตักใส่ถ้วย ท็อปด้วยไข่ต้ม และเนื้อมะพร้าว ก็สามารถรับประทานได้แล้ว

บัวลอย

Trick: ช่วงที่กำลังปั้นแป้ง ขนาดแป้งที่นำมาปั้นไม่ควรเกิน 1 ซม. เพราะถ้าขนาดแป้งเกินกว่านั้น เวลาต้ม ตัวขนมจะขยายตัวจนใหญ่เกินไป ทำให้ดูไม่น่ารับประทาน

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมเบเกอรี่

เค้กกล้วยหอม ฟูนุ่ม หอมอร่อย ลองทำดู

เค้กกล้วยหอม

เค้กกล้วยหอม จะทำขนมให้นุ่มฟูและหอม ทำอย่างไร วันนี้ นำเสนอ เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่มฟู ทำแล้ว ดีต่อใจแถมยังทำตามกันได้ไม่ยุ่งยากอีกด้วย

ส่วนผสมในการทำ เค้กกล้วยหอม

เค้กกล้วยหอม

เค้ก กล้วยหอม ส่วนผสมหลักในการทำ ได้แก่กล้วยหอมหง่อม ๆ ที่รับประทานไม่หมด แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลยนำกล้วยหอมมาทำขนมเค้กสูตรอร่อย ที่ใช้วิธีการทำไม่ยากเลย บ้านไหนที่ไม่มีเตาอบ สามารถนำขนมดังกล่าวมานึ่งในลังถึง ก็จะได้ขนมเค้กอร่อย ๆ มากินในช่วงพักเบรคแล้ว 

เค้กกล้วยหอม

กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ กล้วยหอมเพียง 1 ผล สามารถเพิ่มพลังให้กับนักกีฬา ทำให้กล้วยชนิดนี้ เป็นกล้วยที่นักกีฬาชอบรับประทาน ดังนั้น การนำกล้วยหอมมาแปรรูปทำขนม ถึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงอีกทั้งยังอร่อยอีกด้วย

วัตถุดิบในการทำเค้กกล้วยหอม

เค้กกล้วยหอม
  • กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม (ประมาณ 3 ลูก ขนาดกลาง)
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม ( ประมาณ 12 ช้อนโต๊ะ)
  • แป้งเค้ก 200 กรัม ( ประมาณ 29 ช้อนโต๊ะ)
  • ผงฟู 1+1/2 ช้อนชา
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ถ้วย
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • ท็อปปิ้งตามชอบ เช่น ลูกเกด อัลมอนด์ส

วิธีทำ

เค้กกล้วยหอม

ขั้นตอนที่ 1 ต้องใช้กล้วยที่สุกงอมเท่านั้น จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด แล้วค่อยบีบน้ำมะนาวลงไป ต้องคนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วพักกล้วยในชามผสมไว้ หันมาตีไข่ใส่โถปั่นกับน้ำตาลทรายที่เตรียมไว้ ใช้เวลาตีประมาณ 8 นาที จนไข่ขึ้นฟู จะทำให้เค้กกล้วยหอม ฟูน่ากินตอนอบ

ขั้นตอนที่ 2 ในการทำ เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม ให้นำแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ และเบกกิ้งโซดา นำมาผสมรวมกัน

ขั้นตอนที่ 3 ร่อนส่วนผสมดังกล่าวลงบนเบทเทอร์ที่อยู่ในโถปั่น ใช้หัวตะกร้อตีส่วนผสมดังกล่าวให้เข้ากันจนไม่เหลือความขาวของแป้งเค้ก เติมกลิ่นวานิลลา รวมถึงน้ำมัน ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง

เค้กกล้วยหอม

ขั้นตอนที่ 4 กระทั่งส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ใส่กล้วยหอมบดลงไป ตีส่วนผสมต่อ เมื่อทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ตักใส่พิมพ์จีบเบอร์ ให้เลือกพิมพ์จีบเบอร์ 3219 นำท็อปเปอร์มาโรยตามชอบ

ขั้นตอนที่ 5 นำเข้าเตาอบ ใช้อุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาอบประมาณ 25-30 นาที

ขั้นตอนสุดท้าย นำขนมออกมาจากเตาได้เลย หรือลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มไปที่ตัวขนม ถ้าของเหลวไม่ติดไม้จิ้มฟัน ก็ถือว่าสุกแล้ว

เค้กกล้วยหอม

เพียงแค่กล้วยหอมงอม ๆ ไม่กี่ผล ก็สามารถนำมาครีเอทเมนูขนมดังกล่าวได้แล้ว เพราะฉะนั้น เค้กกล้วยหอมถึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจ ใครใครก็ยอากลองทำกินเอง

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารไทย

มาเปลี่ยนเมนู ข้าวผัดปลาเค็ม ที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นเมนูพิเศษกัน

ข้าวผัดปลาเค็ม

ข้าวผัดปลาเค็ม เชื่อว่าเมนูหลาย ๆ คนคงรู้จักกันดีซึ่งก็เป็นเพียงเมนูอาหารจานหนึ่งที่ธรรมดา ๆ ทั่วไปไม่ได้มมีอะไรพิเศษ แต่มาพบกับพวกเรา chefoldschool.com กันทั้งที เมนูนี้ต้องไม่ธรรมดา โดยเราจะรังสรรค์ให้มีสีสันและเพิ่มความน่าสนใจ น่าทาน เข้าไปอีก ทำอย่างไรนั้น มาดูกันเลย 

ข้าวผัดปลาเค็ม นิยมทานมากในมาเก๊า

ข้าวผัดปลาเค็ม

เชื่อหรือไม่ว่าเมนูที่แสนจะธรรมดาอย่างข้าวผัดปลาเค็ม ที่คนไทยอย่างเราเห็นได้กันโดยทั่วไป กลับเป็นที่นิยมอย่างมากในมาเก๊า ซึ่งในบทความนี้เราจะมาทำเมนูข้าวผัดปลาเค็มที่ไม่ธรรมดากัน ทำอย่างไรนั้นมาดูกันเลย ขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุงและวัตถุดิบในการทำ มีดังนี้

ข้าวผัดปลาเค็ม
  1. วัตถุดิบแรกของเราที่เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของเมนูนี้ คือลาที่เราจะเอามาทำเป็นปลาเค็ม เราจะเลือกเป็นปลาอินทรีย์เค็มนะคะ
  2. เตรียมข้าวสวยแค่ 1 ถ้วยพอ
  3. กระเทียม ทำการสับให้ละเอียด โดยจะใช้แค่ 2 กลีบ
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. พริกจินดาแดงซอย 2 เม็ด
  6. ซอสปรุงรสตามใจชอบ 2 ช้อนชา
  7. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
  8. น้ำมันพืช 
  9. หอมแดงซอย 
  10. พริกขี้หนูซอย
  11. มะนาว 

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเรามาเริ่มรังสรรค์เมนูธรรมดา ให้กลายเป็นเมนูที่แสนพิเศษกันเถอะ

ข้าวผัดปลาเค็ม
  • ก่อนอยื่นเราต้องทำการล้างปลาอินทรีย์เค็มด้วยน้ำเกลือกันก่อนนะคะ จากนั้นให้ล้างตามมาด้วยน้ำสะอาด
  • จากนั้นนำปลาที่ผ่านการทำความสะอาดมาซับน้ำให้แห้ง
  • ตั้งกระทะโดยในการทำช่วงแรก ๆ นั้นเราจะใช้ไฟอ่อน
  • เติมน้ำมันพืชลงไปในกระทะ รอให้เกิดความร้อนนิด ๆ แล้วให้นำปลาอินทรีย์เค็มลงทอดได้เลย
  • เมื่อทอดไปเรื่อย ๆ พอรู้สึกว่าสีของเนื้อปลาเริ่มเหลือง ให้ตัดขึ้นพักไว้
  • เมื่อปลาดค็มที่ทอดเสร็จแล้วเริ่มเย็น ให้ตัดแบ่งปลาเค็มออกมาเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งสับให้ละเอียด และอีกส่วนนั้นเราจะสับเป็นชิ้น ๆ เพื่อใช้ในการตกแต่งหน้าตาอาหาร
ข้าวผัดปลาเค็ม
  • มาถึงขั้นตอนการผัดข้าว ให้เราตั้งกระทะโดยใช้ไฟแรง
  • จากนั้นก็ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมและพริกลงเจียว
  • แล้วใส่ไข่ลงผัดให้ไข่หอมตาด้วยข้าวสวยลงผัด คลุกเคล้าให้แห้ง
  • เติมปลาเค็มที่สับละเอียดลงไป
  • จากนั้นสามารถปรุงรสได้ตามใจชอบ ด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • เมื่อสุกเรียบร้อยแล้วให้ตักมาใส่จาด จัดความสวยงามด้วยชิ้นปลาที่ตัดไว้ เพิ่มสีสันด้วยพริกสดทั้งแบบดิบที่เป็นสีเขียวและแบบสุกที่เป็นสีแดง หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาเรียงใส่จานให้สวยงาม

เป็นอย่างไรบ้างกับเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเรา 

ข้าวผัดปลาเค็ม

หากใครอยากลองทำข้าวผัดปลาเค็มแบบพิเศษ ๆ แบบนี้ ลองทำตามสูตรข้างต้นกันดูนะคะ แล้วจะติดใจยกให้เป็นอาหารจานโปรดกันเลยทีเดียว และสำหรับครั้งต่อไป chefoldschool.com จะมาแนะนำเมนะไรนั้นโปรดติดตามกันด้วยนะคะ

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารนานาชาติ

ข้าวมันไก่ หอมข้าวมัน เนื้อไก่นุ่ม น้ำซอสเด็ดจนวางไม่ลง

ข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว เป็นการนำไก่มาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร ว่ากันว่า ต้นกำเนิดของเมนูอาหารจานเด็ดจานนี้ มาจากประเทศสิงคโปร์ โดย เราได้รับอิทธิพลการกินผ่านคนไทยเชื้อสายจีนที่ได้นำสูตรนี้มาทำขาย ซึ่ง ก็ค่อนข้างถูกปากคนไทยอยู่พอสมควร จนมีการเปิดร้านข้าวมันไก่เพิ่ม ที่ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ก็สามารถหาซื้อมากินได้ไม่ยาก 

วัตถุดิบ ข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่
  • ข้าวสาร 1 กิโลกรัม
  • ไก่บ้าน 1 ตัว พร้อมเครื่องใน
  • ฟักเขียว 1 ลูก
  • ซีอิ๊วขาว หรือน้ำปลา
  • เกลือ
  • น้ำมันกระเทียมเจียว
  • พริกไทยป่น
  • ผักโรย เช่น ต้นหอม ผักชี ขิง

วิธีทำ

ข้าวมันไก่

ขั้นตอนที่ 1 มาเตรียมไก่ต้มสำหรับนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเมนู ข้าว มันไก่ ให้เริ่มจากนำไก่มาล้างให้สะอาด ยัดขิงลงในตัวไก่ประมาณ 3-4 ชิ้น เป็นขิงฝานบาง ๆ เพื่อลดกลิ่นคาวของไก่

ขั้นตอนที่ 2 ไก่ต้มจนสุก เติมเกลือเพียงเล็กน้อย รอกระทั่งไก่สุก นำมาแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้เนื้อไก่นุ่ม สูตรข้าวมันไก่โบราณ จากนั้นค่อยสับไก่เป็นชิ้นยาว เอาแบบขนาดพอดีคำ

ข้าวมันไก่

ขั้นตอนที่ 3 น้ำซุปที่เกิดจากการต้มไก่ นำมาทำข้าวมัน เพียงแค่หั่นฟักเขียวลงไป เพื่อเพิ่มความหวานให้กับน้ำซุป ขั้นตอนนี้ใช้ไฟอ่อน ๆ โรยต้นหอมผักชี พริกไทย เราจะได้กลิ่นน้ำซุปหอม ๆ

ขั้นตอนที่ 4 มาถึงขั้นตอนการหุงข้าวมัน ล้างข้าวสารให้สะอาด นำน้ำต้มไก่ที่เหลือมาหุง การหุงข้าวมัน ก็เหมือนกับการหุงข้าวปกติ 

ข้าวมันไก่

ขั้นตอนที่ 5 นำขิงที่หั่นแล้วประมาณ 5 ชิ้นใส่ลงในหม้อที่หุงข้าวมัน ตามด้วยเกลือ 1 ชช.และน้ำมันกระเทียมประมาณ 2 ชต. วิธีนี้จะไปเพิ่มความหอมให้กับข้าวมัน

ขั้นตอนที่ 6 น้ำจิ้มข้าวมันไก่ ใช้ เต้าเจี้ยวบด กระเทียมสับละเอียด พริกขี้หนูซอย ขิงซอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และน้ำเปล่า ผสมรวมกันอย่างละ 1 ชต.

ขั้นตอนที่ 5 การทำ ข้าวมันไก่อร่อย มาถึงขั้นตอนสุดท้ายกันแล้ว คือการสับไก่ จากนั้นตักข้าวใส่จาน โปะหน้าด้วยเนื้อไก่มัน ๆ เวลาจะรับประทาน นำน้ำซอสข้าวมันไก่ราดลงข้าว กินคู่กับน้ำซุปร้อน ก็อร่อยแล้ว

ข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่เป็นเมนูอาหารจานเดียวที่กินแล้วอิ่ม อีกทั้ง การนำน้ำซุปมาหุงกับข้าวสาร จะไปเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารให้เกิดขึ้น อีกทั้ง กลิ่นหอม ๆ จากข้าวมันไก่ จะไปช่วยเพิ่มความอร่อย เย้ายวนใจให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีใจรักในการกินข้าวมันไก่ รับรองว่า เมนูนี้ ถูกใจแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆ: