Categories
อาหารนานาชาติ

โอเด้ง เมนูอาหารสุดพิเศษ ที่อร่อยลงตัวจนต้องลงมือทำเอง

โอเด้ง

ถ้าหากพูดถึงเมนู โอเด้ง ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักและเคลิ้มลองมาบ้าง แต่ก็ยังคงมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังสงสัยว่าเมนูนี้คืออะไร จริง ๆ แล้วเมนูอาหารชนิดนี้เป็นอาหารต้ม ๆ ชนิดหนึ่ง ที่คนญี่ปุ่นนิยมทำทานกันในช่วงฤดูหนาว มักจะนำหัวไชเท้า ไข่ และลูกชิ้นปลามาต้มในน้ำซุปที่ผสมผสานระหว่างสาหร่ายคมบุและซอสโชยุ รสชาติหอมอร่อยแบบลงตัว

โอเด้ง

แต่เดิมแล้วเมนูอาหารชนิดนี้ถูกทำมาจากเต้าหู้ที่ถูกนำมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ผืนผ้า แล้วนำไปทาด้วยซอสมิสุ จึงเรียกว่าเมนูเด็งกากุ จนเมื่อเวลาผ่านไปได้มีการรวบรวมคำว่าโอะและเด็กกากุเข้าด้วยกัน ก็กลายเป็นที่มาของชื่ออาหารชนิดนี้ ซึ่งกระบวนการ วิธีการทำ เคล็ดลับ ส่วนผสมก็จะแตกต่างออกไปตามแต่พื้นที่ บางที่จะใช้โชยุแบบเข้มข้นบางส่วนบางที่อาจจะใช้โชยุแบบเจือจางลงมาหน่อย หรือบางที่อาจจะใส่เนื้อปลาแห้ง เนื้อไก่ ลงไปในน้ำซุปด้วยเพื่อเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบท้องถิ่นญี่ปุ่นที่นำมาทำให้ โอเด้ง อร่อยมากกว่าที่ไหน ๆ

โอเด้ง

เมื่อพูดถึงวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการทำเมนูชื่อดังชนิดนี้ แต่ละพื้นที่ในญี่ปุ่นก็จะมีส่วนผสม วิธีการทำ เคล็ดลับต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเมนูนี้จะสามารถหาทานได้อย่างง่ายดายในช่วงฤดูหนาว แต่ร้านอาหารบางร้านก็มีขายในทุก ๆ ฤดูเลยนะ แต่ถ้าได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ ท่ามกลางหิมะกำลังตกคงจะได้บรรยากาศแบบสุด ๆ หรือถ้าใครกำลังคิดอยู่ว่าโอเด้งซื้อที่ไหนเราขอบอกเลยว่าตามร้านสะดวกซื้อใหญ่ ๆ ก็มีโอเด้งสำเร็จรูปจำหน่ายเช่นเดียวกันจ้า

โอเด้ง

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวร้านอาหารชนิดนี้ก็เรียงรายเต็มไปหมดของสองข้างถนนในประเทศญี่ปุ่นซึ่งแน่นอนค่ะว่าอาหารญี่ปุ่นชนิดนี้เป็นที่นิยมเอามาก ๆ ของคนญี่ปุ่นและคนชาติอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ส่วนผสมหลักของแต่ละร้านก็คงจะหนีไม่พ้นวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าหัวไชเท้า ไข่ บุกคอนเนียคุ สาหร่ายคอมบุ ซึ่งในแต่ละสถานที่ทางญี่ปุ่นอาจจะใส่วัตถุดิบเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้รสชาติและความอร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น

เมนูแสนอร่อยประจำฤดูหนาวของชาวญี่ปุ่น ใครก็สามารถทำได้

โอเด้ง

วิธีทำโอเด้งที่เป็นเมนูอาหารยอดฮิตชนิดนี้มักจะแตกต่างกันออกไปตามแต่พื้นที่ ส่วนผสมในการใส่ลงไปในน้ำซุปยังหลากหลายต่างกันอีกด้วย แค่เปลี่ยนพื้นที่รสชาติของเมนูนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ทางตะวันออกของญี่ปุ่นจะเน้นใช้โชยุที่มีความเข้มข้นและใส่ลงไปจำนวนมาก ส่วนทางตะวันตกจะใช้โชยุที่มีความเจือจางใส่ลงไปไม่มากเท่าไรนัก บางที่สูตรโอเด้งอาจจะใส่เนื้อไก่หรือปลาแห้งลงไปด้วยเพื่อความหอม วันนี้ทางเว็บไซต์ของเราได้ทำการค้นหาสูตรที่ดีที่สุดมาฝากทุกคนกันค่ะ เตรียมวัตถุดิบแล้วไปลุยกันเลย

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. สาหร่ายคอมบุ 3 แผ่น
  2. น้ำเปล่า 9 ถ้วย
  3. ปลาแห้ง 15 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ
  6. มิริน 3 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือ 1 ช้อนชา
  8. สาเก 5 ช้อนโต๊ะ
  9. ไชเท้าหั่นแว่นใหญ่ 8 ชิ้น
  10. ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นสามารถใส่ได้ตามชอบ
  11. บุกคอนยัคตามชอบ
  12. ไข่ต้มซีอิ๊วตามชอบ
โอเด้ง

วิธีทำ

  1. นำสาหร่อยคอมบุไปแช่ในน้ำราว ๆ 30 นาที เมื่อครบตามเวลาแล้วให้นำขึ้นไปตั้งไฟกลาง
  2. เมื่อน้ำในหม้อเริ่มเดือดเล็กน้อยให้ตักสาหร่ายออกแล้วทำการใส่ปลาแห้งลงไปจากนั้นให้ลดไฟลง
  3. เมื่อครบ 10 นาทีแล้วทำการตักปลาแห้งออกจากหม้อ ปรุงรสชาติด้วยเกลือ สาเก มิริน ซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำตาลทราย เมื่อน้ำเริ่มเดือดแล้วจึงใส่หัวไชเท้าหั่นแว่นลงไป
  4. เมื่อหัวไชเท้าสุกได้ที่แล้วให้ทำการใส่บุกลงไปสักพัก แล้วจึงใส่ลูกชิ้นปลาทั้งหลายตามลงไป 

ยกระดับความเป็นอาหารพื้นบ้าน สู่อาหารชื่อดังของญี่ปุ่น

โอเด้ง

การทำโอเด้งง่ายมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ หากใครที่ชอบทานอาหารนานาชาติของญี่ปุ่นเมนูนี้ก็นับเป็นอีกเมนูหนึ่งที่สามารถทำรับประทานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าหากว่าใครยังไม่เคยลองทานต้องลองสักครั้งนะคะ บอกเลยว่าทุกคนจะติดใจกับเมนูแสนอร่อยชนิดนี้

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารนานาชาติ

ข้าวหน้าเนื้อ ละมุนลิ้น อร่อยและอิ่มท้องแบบอาทิตย์อุทัย

ข้าวหน้าเนื้อ

ข้าวหน้าเนื้อ เป็นเมนูอาหารจานด่วนญี่ปุ่นที่มาพร้อมเนื้อสไลด์ฉ่ำ ๆ ละมุนลิ้น อร่อยสู้ วิธีทำข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น pantip หรือไม่ อย่าพลาด

ส่วนผสมในการทำ ข้าวหน้าเนื้อ

ข้าวหน้าเนื้อ

ใครที่ชอบกินข้าวหน้าเนื้อต้องไม่พลาดเมนูจานด่วนจานนี้ ห้ามพลาด ให้ลองนึกถึงเนื้อสไลด์พอดีคำ นำไปผัดในกะทะจนหอม จากนั้นนำไปโปะลงบนข้าวสวยร้อน ๆ โดยไม่ลืมตอกไข่ดิบคลุก ความอร่อยนั้นเกินคำบรรยาย ได้แต่ร้องออกมาว่า “สุโค่ย” 

ดังนั้น ใครที่กำลังมองหาสูตรการทำข้าวหน้าเนื้อดังกล่าวให้เป็นที่กล่าวถึง วันนี้แอดมินได้สูตรการทำข้าวมาฝาก 

วัตถุดิบข้าวหน้าเนื้อ

ข้าวหน้าเนื้อ
  • เนื้อวัวแล่บาง 150 กรัม 
  • หอมใหญ่นำมาหั่นเสี้ยวประมาณ 3/4 ถ้วยตวง 
  • ขิงนำมาขูดให้ได้ 1 ช้อนโต๊ะ 
  • ซีอิ๊วญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ 
  • สาเก 2 ช้อนโต๊ะ 
  • มิริน 2 ช้อนโต๊ะ 
  • ดาชิ ¼ ถ้วยตวง 
  • น้ำมันงา 2 ช้อนชา 
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง 
  • ขิงดองเลือกสีแดง 
  • สาหร่าย ใช้โรยหน้าหน้าเนื้อ 
  • ต้นหอมญี่ปุ่น นำมาซอย สำหรับโรยหน้า 
  • พริกป่นญี่ปุ่น 
  • ข้าวสวย (ข้าวญี่ปุ่น)

วิธีทำ

ข้าวหน้าเนื้อ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการทำน้ำซอส นำมิริน สาเก ดาชิ และซีอิ้วญี่ปุ่น นำมาผสมรวมกันในชามผสม จากนั้นพักไว้เพื่อมาเตรียมทำ ข้าวหน้าเนื้อ

ขั้นตอนที่ 2 กะทะตั้งไฟ เซ็ทให้เป็นไฟกลาง แล้วเทน้ำมันงาลงไป รอกระทั่งน้ำมันงาร้อน ให้นำเนื้อสไลด์ผัดลงในกะทะ ปรุงรสด้วยน้ำตาล ผัดเกือบสุกและมีกลิ่นหอม ปิดไฟ ตักขึ้นมาพักไว้

ขั้นตอนที่ 3 นำ วัตถุดิบข้าวหน้าเนื้อ ได้แก่ หอมหัวใหญ่ นำมาผัดในกะทะให้นิ่ม แล้วใส่ขิงขูดลงไป ขั้นตอนนี้ให้เทส่วนผสมน้ำซอสลงไป จากนั้นต้มต่อจนน้ำเดือด

ขั้นตอนที่ 4 ใส่เนื้อลงไป ขั้นตอนนี้ ใช้ไฟกลาง แล้วผัดเนื้ออย่างรวดเร็ว จนเข้ากัน ปิดไฟ เราจะได้เนื้อสไลด์ผัดอร่อย ๆ เหมือน ข้าวหน้าเนื้อย่าง

ขั้นตอนสุดท้าย เตรียมข้าวญี่ปุ่นที่หุงสุกแล้วลงในจาน นำเนื้อสไลด์ผัดโปะข้าว แล้วตอกไข่ลงไป ตกแต่งด้วยต้นหอมซอย ขิงสีแดงดอง สาหร่าย ตามด้วยพริกป่นญี่ปุ่น เพียงเท่านี้ ก็จะได้ข้าวหน้าเนื้ออร่อย ๆ มากินแล้ว 

ข้าวหน้าเนื้อ

ข้าวหน้าเนื้อจะเป็นอีกหนึ่งอาหารในดวงใจของทุก ๆ คน ด้วยรูปลักษณะที่ดูน่ากินของตัวข้าว แล้วไหนจะเนื้อวัวชิ้น โปะอยู่ตรงหน้า อร่อยเหมือนกินเนื้อย่างญี่ปุ่น ใครอยากกิน ต้องลองทำดู ส่วนผสมไม่ได้เยอะ แต่ทำออกมาแล้วอร่อย ก็ต้องลอง แล้วจะร้อง “สุโค่ย!!” ออกมาดัง ๆ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารนานาชาติ

พามาลองทาน ขนมปานีปูรี ขนมอินเดียทำง่ายมาก

ขนมปานีปูรี

ขนมปานีปูรี” เห็นแค่ชื่อก็น่าจะพอรู้กันแล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่ขนมของประเทศไทยเราแน่นอน เพราะขนมนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งชื่อของขนมปานีปูรี ก็มาจากวัตถุดิบที่ใช้นั่นก็คือแป้งปูรีนั่นเอง ลักษณะของปานีปูรีจะมีทรงกลม สีเหลือง คล้ายทาโกยากกิ หรือมองอีกแบบก็แอบคล้ายขนมครกบ้านเราเหมือนกัน แต่จะเจาะรูตรงกลางด้านบนให้สามารถมองเห็นไส้ข้างในได้ด้วย

วิธีทำ ขนมปานีปูรี สไตล์อินเดีย

ด้วยเหตุที่ขนมปานีปูรี เป็นขนมที่มีขั้นตอนในการทำแบบพิถีพิถัน และในไทยของเราก็นิยมทานกันแบบสำเร็จรูปแต่จะทำไส้และน้ำจิ้มของขนมเอง ทำอย่างไรมาดูกันเลย ก่อนอื่นเรามาเตรียมวัตถุดิบกันก่อนดีกว่า

ขนมปานีปูรี
  1. ผักชีไทยหั่นท่อน ขนาด 50 กรัม
  2. ใบสาระแหน่หั่นท่อน ขนาด 50 กรัม
  3. น้ำเปล่า 500 มล.
  4. พริกเขียว 2 เม็ด
  5. มะนาว 1 – 2 ลูก
  6. ขิง ปริมาณ 10 กรัม
  7. เกลือป่น 1 – 2 ช้อนชา
  8. ลูกผักชี่ป่น ปริมาณ 1 ช้อนชา
  9. ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา
  10. พริกป่น ปริมาณ 1 ช้อนชา

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อยแล้วก็มาลงมือทำเครื่องไส้ของปานีปูรีกันเลย

ขนมปานีปูรี
  • เริ่มจากใส่ใบสาระแหน่ลงไปในเครื่องปั่น ตามด้วยผักชี ขิงและพริก
  • เมื่อปั่นไปสักพักให้เติมน้ำเปล่าและเกลือป่นลงไป จากนั้นปั่นต่อ
  • เมื่อปั่นไปจนรู้สึกว่าส่วนผสมต่าง ๆ เริ่มละเอียดล้วนำออกมาใส่ภาชนะ
  • บีบน้ำมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวลงไป ตามด้วยยี่หร่าป่น ลูกผักชีป่นและพริกป่น
  • คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็เป็นอันสำเร็จ
  • ต่อด้วยการทำไส้ โดยเราจะนำมันบดมาผสมด้วยหอมแดงหั่นเปป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามด้วยผงมาซาล่าและพริกป่น จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
  • มาถึงคิวพระเอกของเราแล้ว นำแป้งปานีปูรีมาทอด จะได้ปานีปูรีลักษณะทรงกลมออกมา
  • ขั้นตอนการทานก็ง่ายมาก ให้นำมาปานีปูรีทรงกลมมาเจาะตรงกลางแล้วใส่มันบดที่ทำการปรุงไว้ดังกล่าวเข้าไป จากนั้นก็รับประทานพร้อมน้ำจิ้มได้เลย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับสูตรขนมสไตล์อินเดียของเรา

ขนมปานีปูรี

ใครที่ต้องการขนมปานีปูรีแบบสำเร็จรูปสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปได้เลยนะคะ และใครที่ลองทำกันแล้วอย่าลืมมาอวดกันดูด้วยนะคะ และเมนูต่อไปเราจะมาแนะนำหรือแจกสูตรอาหาร ขนม อะไรบ้างนั้นโปรดติดตามได้เลย เพื่อที่จะไม่พลาดสูตรอาหารน่าทานกันค่ะ

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://sa-game.bet/ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เล่นบาคาร่าออนไลน์ที่นี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ ปลอดภัยแน่นอน

Categories
อาหารนานาชาติ

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม อร่อยและหอม สไตล์สาย ฝ. 

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม เสต็กฝรั่งกินคู่กับสลัดส้ม หอม อร่อย สดชื่น จนต้องเข้าครัว ทำเพิ่มอีก 1 จาน อยากกินของอร่อย ที่นี่มีคำตอบ

ส่วนผสมในการทำ พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

พอร์คช็อปกับสลัดส้มเรียกได้ว่า นอกจากหน้าตาดีจะดูน่ารับประทานแล้ว เมนูเสต็กสัญชาติตะวันตกเมนูนี้ เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งวิตะมินจากส้ม โปรตีนและไขมันดีจากเนื้อหมู ใครกิน รับรองติดใจ ในส่วนของขั้นตอนการทำ ทำอย่างไร โปรดติดตาม

วัตถุดิบพอร์คช็อปกับสลัดส้ม

พอร์คช็อปกับสลัดส้มกินคู่กับสลัดส้ม บอกเลย นอกจากจะอร่อย ยังได้ในเรื่องความสดชื่นกลับมาอีกด้วย นับว่า เป็นเมนูอาหารที่มีส่วนผสมค่อนข้างลงตัวนักจนไม่อยากนึกเลยว่า จะนำส้มมาทำสลัดได้

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

1.พอร์คชอป 2 ชิ้น

2.น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย

3.ผิวส้มขูด 2 ลูก

4.ใบไทม์รูดใบ 2 ชต.

5.น้ำผึ้ง 2 ชต.

6.ซีอิ๊วขาว 2-3 ชช.

7.น้ำเลมอน 1 ชต

8.เกลือทะเล

9.พริกไทยดำบดหยาบ 

10.เนื้อส้มซันคิสต์ 1 ลูก

11.ส้มเขียวหวาน 1 ลูก

12.ส้มเช้ง 1 ลูก

13.เลมอน 1 ลูก

14.ใบสะระแหน่ซอย 5 ใบ

15.ใบไทม์สด 2 กิ่ง

16.น้ำมัน

วิธีทำ

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนการหมัก นำหมูมาหมักกับส้มที่แบ่งออกเป็นกลีบแล้วคั้นเอาแต่น้ำส้ม ใบไทม์ พริกไทยดำ และเกลือทะเล เคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จากนั้น พัก 2-3 ชั่วโมง เป็นขั้นตอนแรกในการทำ พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

ขั้นตอนที่ 2 การทำซอสส้ม เทน้ำส้มลงในหม้อ รอจนกระทั่งเดือด เติมน้ำผึ้งและซีอิ้วขาวลงไป ต้มต่อไป จนกระทั่งน้ำส้มในหม้องวดลงมา ถึงค่อยใส่น้ำเลมอนและเกลือ ผสมให้ส่วนผสมของส้มที่อยู่ในหม้อ มีรสเปรี้ยวหวานเล็กน้อย

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

ขั้นตอนที่ 3 เติมน้ำมันลงในกะทะ นำพอร์คชอปและกิ่งไทม์ลงไปย่าง ใช้ไฟกลาง เอาแค่พอสุก ภายหลังจากนั้นถึงเอาออกมาจากกะทะเพื่อนำเข้าเตาอบ โดยใช้อัณหภูมิในการอบประมาณ 180 องศา ประมาณ 10 นาที แล้วนำอลูมิเนียมฟอยล์มาคลุมไว้ พักประมาณ 5 นาที

ขั้นตอนที่ 4 นำมาจัดใส่จาน ได้แก่ เลมอน ใบสะระแหน่ซอย กลีบส้ม ผสมให้เข้ากัน กินคู่กับพอร์คชอป และซอสส้ม

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม

เทคนิคพิเศษ : กรณีไม่มีเตาอบ ตอนย่างในกะทะ ให้ทำการลดไฟอ่อน พร้อมกับนำฝามาปิดกะทะ การจะรู้ว่าหมูสุกหรือไม่ ให้นำไม้จิ้มฟันจิ้มลงบนเนื้อหมูส่วนหนาที่สุด ถ้าพบว่า มีแต่น้ำใส ๆ ออกมา แสดงว่า หมูสุกแล้ว

พอร์คช็อปกับสลัดส้ม เมนูสลัด นอกจากอิ่ม แล้วยังสดชื่น ถือได้ว่า เป็นเมนูน่าทำอีกทั้งยังหน้าตาดี ใครอยากกิน ลองนำเคล็ดลับในการทำ มาปรับใช้ดู เผื่อได้เมนูอร่อยกินสักจาน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://sa-game.bet/ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ บริการฝากถอนออนไลน์ 24 ชม.

Categories
อาหารนานาชาติ

น้ำซุปกิมจิ อร่อยเหมือนกินที่ดงแฮ 

น้ำซุปกิมจิ

น้ำซุปกิมจิ ซุปร้อนอร่อยเหมือนไปกินที่ดงแฮ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน โคซูจัง วันนี้มาลองเข้าครัว ทำกิน อร่อย ฟิน

ส่วนผสมในการทำ น้ำซุปกิมจิ

น้ำซุปกิมจิ

น้ำซุปกิมจิน้ำซุปสัญชาติเกาหลี เป็นที่กล่าวถึงตั้งแต่ซีรีย์เกาหลีได้เข้ามาทำตีตลาดละครที่บ้านเรา และคำว่า “กิมจิ” หรือผักดองของเกาหลีดูเหมือนจะเป็นเมนูโปรดที่สาวกเกาหลีต่างชื่นชอบ จะกินกับน้ำซุปหรือปิ้งย่างก็เข้ากันดี สำหรับน้ำซุป อยู่ที่วัตถุดิบที่เราใช้ เช่น เน้นเต้าหู้อ่อน ก็จะเป็น ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน ซึ่งก็ถูกปากถูกใจผู้ชื่นชอบอาหารเกาหลีเป็นทุนเดิม

วัตถุดิบน้ำซุปกิมจิ

น้ำซุปกิมจิ

น้ำซุปกิมจิซดร้อน ๆ อร่อยคล่องคอ เติมเนื้อหมูเนื้อไก่ตามชอบได้เลย และแล้วก็มาถึงการเตรียมวัตถุดิบ มีความน่าสนใจดังนี้

1.หมูสามชั้นหรือเบค่อนหั่นประมาณ 100 กรัม

2.ขิงผงหรือขิงสับประมาณ 1 ชช.

3.ผงกระเทียมหรือกระเทียบสับ 1 ชช.

4.กิมจิ 200 กรัม

5.น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

6.ผงซุปปลาหรือดาชิ 1 ชต. กรณีไม่มีผงดังกล่าว ใช้ซุปคนอว์ได่หรือหมูครึ่งก้อน หรือปรับมาเป็นน้ำที่แช่ปลาแห้งในปริมาณที่เหมาะสม

7.มิโซะหรือเต้าเจี้ยวไทย 1 ชต.

8.ไข่ไก่ 1 ฟอง

9.เต้าหู้คินุ 1 ก้อน

10.ต้นหอมไทยหรือต้นหอมญี่ปุ่นหั่นเป็นท่อน 

วิธีทำ

น้ำซุปกิมจิ

ขั้นตอนที่ 1 น้ำซุปกิมจิจะอร่อยหรือไม่ ก่อนอื่นนำเบคอนหรือหมู 3 ชั้นลงไปผัดในกะทะ ใช้ไฟกลาง ผัดจนกระทั่งเห็นน้ำมันออกมาจากเบคอนบ้างตามสมควร แล้วถึงค่อยเพิ่มความหอมก่อนปรุงน้ำซุปโดยการผัดกระเทียบ ขิงสับ รวมถึงพริกป่น ผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเพื่อเตรียมขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อผัดเบค่อนกระทั่งได้กลิ่นหอมแล้ว ให้นำกิมจิพร้อมน้ำกิมจิลงในกะทะแล้วทำการผัดต่อ

น้ำซุปกิมจิ

ขั้นตอนที่ 3 นำน้ำเปล่าที่เราเตรียมไว้เทลงในกะทะ แล้วปรุงรสโดยการใส่ผงซุปปลาลงไป

ขั้นตอนที่ 4 ใส่โคชูจัง ตามด้วยมิโสะ ตรงขั้นตอนนี้ต้องคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 5 มาถึงเต้าหู้ที่เราเตรียมไว้ นำมาใส่ในกะทะได้เลย ขั้นตอนนี้ต้องอดทนรอสักนิด เพื่อให้น้ำซุปดูดซึมเข้าไปในเต้าหู้ แล้วค่อยตอกไข่ไก่ลงไป ปิดไฟ เวลาเสริฟ ตักใส่ชาม โรยต้นหอม แล้วรับประทานได้เลย ความอร่อยขอการันตี ไม่แพ้ ซุปกิมจิบอนซอน หรือ ซุปกิมจิกระดูกหมู แม้แต่น้อย

น้ำซุปกิมจิ

น้ำซุป กิมจิฟังดูเหมือน น่าจะทำกินเองยากใช่ไหมคะ ? ทว่าเมื่อได้ดูส่วนผสม เตรียมไม่ยากเลย ซึ่งเครื่องปรุงทั้งหมดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการกินกิมจิ หาซื้อตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำได้เลย รับประกัน มีจำหน่ายพร้อมให้เราได้หยิบกลับมาทำซุปกิมจิให้อร่อยเหมือนที่เกาหลี

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://gclubspecial168.com เว็บไซต์ที่รวบรวมพนันออนไลน์ไว้ทั้งหมด

Categories
ขนมเบเกอรี่ อาหารนานาชาติ

เค้กมันม่วง ไม่ง้อเตาอบ สีสวยและอร่อย

เค้กมันม่วง

เค้กมันม่วง เนื้อนุ่มฟู ๆ เค้กสีม่วงสวย ๆ สูตรไม่ง้อเตาอบ ฉบับใครก็ทำได้ อยากรู้ อร่อยไหม ต้องลองเข้าครัวทำ

ส่วนผสมในการทำ เค้กมันม่วง

เค้กมันม่วง

เค้กมันม่วง เป็นอีกหนึ่งกระแสมาแรงสำหรับสายสุขภาพ ทั้งนี้เพราะ มันม่วง เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยประโยชน์มากมาย ใครที่ต้องการดูแลผิวพรรณ พบว่า ในมันม่วงมีสารแอนโทไซยานินและสารฟลาโวนอยส์ ว่ากันว่า สารทั้ง 2 ชนิดช่วยชะลอเซลส์ภายในร่างกาย ทำให้เซลส์ดังกล่าวเสื่อมช้าลงอีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ บริโภคมันม่วงบ่อย ๆ จะทำให้แก่ช้า เส้นผมดำขลับ ไม่หงอกเร็วกว่าวัยอันควร ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ทดลองโดยนักศึกษาชื่อ นางสาวพัชรี มั่นคง นักศึกษาหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองกับแมลงหวี่ พบว่า มันม่วงชะลอความแก่ได้ถึง 13% ในขณะเดียวกัน มันเทศ กลับชะลอความแก่เพียง 11% เท่านั้น เพราะฉะนั้น มาลองเข้าครัวทำ เค้กมันม่วงญี่ปุ่น กันเถอะ โดยมีการปรับสูตรให้เป็นคัพเค้กมันม่วงแบบไทย ๆ 

วัตถุดิบทำเค้กมันม่วง

เค้กมันม่วง สูตรนี้เป็นสูตรเค้กในถ้วยกระดาษหรือที่เราเรียกว่าคัพเค้กมันม่วง โดยมีวัตถุดิบต้องเตรียมดังนี้

1.แป้งเค้กยี่ห้อกิเลนแดง ประมาณ 120 กรัม

2.ผงฟู 1 ½ ชช.

3.มันม่วงนึ่ง 100 กรัม

4.ไข่ไก่ 1 ฟอง

5.กะทิ 50 มล.

6.น้ำมันรำข้าว 20 มล.

7.กลิ่นวานิลลา ¼ ชช.

8.เกลือป่น ¼ ชช.

วิธีการทำ

วิธีทำเค้กมันม่วง

ขั้นตอนที่ 1

เค้กมันม่วงสูตรนี้เป็นเค้กมันม่วงชิฟฟ่อน

ทำอย่างไรถึงอร่อย เริ่มจาก นำมันม่วงที่เราซื้อมาจากตลาด ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด นึ่งจนสุก รอเย็นแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้

ขั้นตอนที่ 2 นำมันม่วง ไข่ไก่ กะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่นและกลิ่นวานิลลา ปั่นรวมกันในโถปั่นกระทั่งเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นพักไว้

ขั้นตอนที่ 3 แป้งกับผงฟู นำมาร่อนรวมกันแล้วแบ่งใส่ชามอีกใบ เวลาจะใส่รวมกับของเหลวที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2 ให้ทยอยตักแป้งออกจากชาม 3 รอบ คลุกและตะล่อมให้แป้งกับส่วนผสมในข้อที่ 2 เข้ากันดี พักไว้

ขั้นตอนที่ 4 เตรียมแม่พิมพ์ สูตรนี้เป็นคัพเค้กชิ้นเล็กน่ารักๆ นำกระดาษมารองในแม่พิมพ์ที่ทาเนยหรือน้ำมันไว้แล้ว จากนั้นหยอดส่วนผสมทั้งหมดลงในแม่พิมพ์ 

ขั้นตอนที่ 5 วิธีการนึ่งเหมือนกับการนึ่งสาคู นำลังถึงตั้งไฟ เทน้ำลงในลังถึง รอกระทั่งเดือด ให้เอาคัพเค้กมันม่วงลงไปนึ่งได้เลย กระทั่งสุกยกลงจากเตา 

เทคนิค วิธีตรวจดูว่า เค้กสุกหรือยัง ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงในเค้กแล้วดึงออกมา ถ้าไม้จิ้มฟันดูแห้ง ไม่มีของเหลวติดมากับไม้จิ้มฟัน ถือว่าเค้กสุกแล้ว

เค้กมันม่วง นอกจากจะอร่อยและเก็บข้ามวันได้แล้ว พบว่าสารอาหารที่มีอยู่ในมันม่วงเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ ที่ให้ความสำคัญกับผิวพรรณรวมถึงเส้นผม ใครอยากดูสาวแลดูอ่อนกว่าวัย เส้นผมไม่หงอกก่อนวัยอันควร เข้าครัวฝึกทำเค้กมันม่วงกันเถอะ ดีต่อใจและสุขภาพแน่นอนค่ะ

เครดิตภาพประกอบ

https://www.naibann.com/purple-sweet-potatoes-cup-cake-recipe/

อ่านบทความอื่นๆ : 

เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน นุ่มละมุน หอมและอร่อย

สนับสนุนโดย :

ufaball.betเว็บตรง ศูนย์รวมการเดิมพันกีฬาอันดับหนึ่งไม่ว่าจะบอลชุด บอลเต็ง บอลเสต็ป และกีฬาอีกหลายประเภท ราคาดีที่สุดในขณะนี้ ขั้นต่ำเพียง 10 บาท พร้อมโปรโมชั่นคืนยอดเสีย 5% ในทุกเดือน เล่นง่าย จ่ายจริง ร่วมเดิมพันกีฬาสุดมันส์กับเราได้ที่ https://ufaball.bet

Categories
ขนมเบเกอรี่ อาหารนานาชาติ

เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน นุ่มละมุน หอมและอร่อย

เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน

เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน นุ่ม ๆ ละมุนลิ้น เนื้อเบาไม่หวานมาก จะเป็น เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน ร้านไหนอร่อย หรือจะสู้ สูตรทำกินเอง

ส่วนผสมในการทำ เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน

เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน ใครที่ชอบกินเค้กบอกเลย ห้ามพลาด เพราะเป็นอีกหนึ่งเมนูเค้กที่มีรสสัมผัสค่อนข้างลงตัว มีความอร่อยกลมกล่อมอันเกิดจากความนิ่มของมะพร้าวอ่อนรวมถึงความฟูฟ่องของเนื้อเค้ก และยิ่งในปัจจุบัน มีการปรับสูตรมาเป็น เค้กมะพร้าวอ่อนหน้านิ่ม หรืออื่น ๆ ก็ยิ่งทำให้ เค้กประเภทนี้ เป็นที่ชื่นชอบสำหรับสาว ๆ ทุกคน จนต้องหาสูตรทำเค้กมาฝากผู้ที่สนใจ และสูตรทำเค้กที่กำลังนำเสนอนี้ บอกเลย อร่อยละมุน ดีต่อใจแน่นอน

วัตถุดิบสำหรับทำเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน

https://lh5.googleusercontent.com/i6qBPRR1m4roLKnRP1U61myNtBdK3HaYxPDXaCt1rSRl3Lw0t4SPwvchvk9BpnpXxGC5B4DJQNtbpA9HmvqXeDK7sKsmu-94_Pf4-rTlNGkmzvnEnkKtIejufJI8w2qlSTPK_0c90EOssxDhVA

การเปลี่ยนความจำเจเดิม ๆ จากเค้กธรรมดามาเป็น คัพเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน ก็ดี ต่างสร้างความพอใจแก่ผู้ที่นิยมชมชอบเค้กจนนึกอยากทำกินเองที่บ้าน โดยมีวัตถุดิบต้องเตรียมดังนี้

ส่วนที่ 1

  • แป้งเค้ก 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 39 กรัม
  • ผงฟู ½ ชช.
  • กะทิ 22 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง

ส่วนที่ 2 

  • กลิ่นใบเตย ½ ฝา
  • น้ำใบเตย 18 กรัม
  • น้ำมันพืช 22 กรัม

ส่วนที่ 3

  • ครีมออฟทาร์ทา ¼ ชช
  • ไข่ขาว 2 ใบ
  • น้ำตาลทรายป่น 39 กรัม

ส่วนผสมครีม

  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
  • วิปครีม 320 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา ½ ฝา

ไส้มะพร้าว

  • แป้งกวนไส้ 10 กรัม
  • เนยจืดแช่เย็น 10 กรัม
  • น้ำตาลทราย 18 กรัม
  • น้ำมะพร้าว 67 กรัม
  • กะทิ 112 กรัม
  • เกลือตามชอบ
  • มะพร้าวหั่นเป็นเส้น 1 ผล

วิธีทำ

https://lh3.googleusercontent.com/u6tObsPBhla-kRVWX8Dxn14e4A7-FZ7vrcLT6QZbyzPXpD-u6oks3Frm6jDi9hmLGnOh0BEbfbXZB34fYadxI_eAzx4fbR3UoviVD-FA674VU1qZ0B_--fwF_gLzGbiyKtyIvM34hLqen2bTXw

ขั้นตอนที่ 1 วอร์มเตาไว้ที่ 180 องศา ใช้ไฟบนและไฟล่าง นำส่วนผสมที่ 1 ร่อนเข้าด้วยกัน ตามด้วยส่วนผสมที่ 2 ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 2 ตีไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์กระทั่งตั้งยอดประมาณ 90% จากนั้นแบ่งไข่ขาวออกเป็น 3 ส่วน ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากับส่วนที่ 2 จนหมดก่อนจะอบ เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน

ขั้นตอนที่ 3 เทส่วนผสมทั้งหมดลงในพิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไข โดยอุณหภูมิตั้งไว้ที่ 180 องศา อบประมาณ 20-30 นาที ในส่วนของ เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนแบบนึ่ง สามารถใช้หม้อหุงข้าวได้ ทว่า ต้องหุง 2 ครั้ง เป็นเวลา 120 นาที

ขั้นตอนที่ 4 ในส่วนของการนำครีมมาตกแต่ง ให้ตีส่วนผสมครีมทั้งหมดกระทั่งตั้งยอด แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ใส่ถุงบีบ อีกส่วนนำมาปาดที่เค้ก ระหว่างรอ นำเค้กแช่ตู้เย็น แล้วหันมาทำไส้มะพร้าว โดยการนำส่วนผสมที่ใช้ในการทำไส้มะพร้าวทั้งหมดลงในหม้อ จากนั้น คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใช้ไฟปานกลาง รอจนแป้งละลาย สีข้น ปิดเตา ตามด้วยเนยจืด เมื่อไหร่ที่หายร้อน ผสมมะพร้าว รอเย็น ก็สามารถนำมาตกแต่งหน้าเค้กได้

เครดิตภาพประกอบ

https://cooking.kapook.com/view234699.html

อ่านบทความ : 

ขนมจีน แกงเผ็ดไก่ รสชาติเหมือนคุณยายทำ อร่อย ถูกปาก

สนับสนุนโดย :

GCLUB บาคาร่าอันดับหนึ่ง บริการออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมธุรกรรมที่รวดเร็วระบบฝากถอนออโต้ที่มีเสถียรภาพ ไม่เกิน 5 วินาที เปิดบริการมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2005 จนปัจจุบัน เล่นได้ผ่านสมาร์ทโฟนทุกระบบ iOS และ Android

Categories
ขนมเบเกอรี่ อาหารนานาชาติ

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม เปรี้ยวหวานนุ่มลิ้น อร่อยจัง

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม นุ่มลิ้น จี๊ดจ๊าดโดนใจ วิธีทำเค้กง่าย ๆ ที่บ้าน ทำอย่างไร วันนี้มีรีวิว

ส่วนผสมในการทำ เค้กชามะนาวหน้านิ่ม

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม จะลงตัวและอร่อยเหมือน เค้กมะนาวเชฟนุ่น หรือไม่ ต้องติดตาม รับประกันไม่ผิดหวัง ทั้งนี้เพราะเป็นการนำชามะนาวแบบไทย ๆ มามิกซ์แอนด์แมทช์และปรับสูตรจนกระทั่งได้ขนมเค้กอร่อย ๆ ลงตัว เปรี้ยว หวาน ละมุนลิ้น ดังนั้น เรามา ทำเค้กกินเอง กันเถอะ 

วัตถุดิบ ส่วนผสม เค้กชามะนาวหน้านิ่ม

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม

1.แป้งเค้ก 80 กรัม

2.เกลือป่น ¼ ช้อนชา

3.ผงฟู ½ ช้อนชา

4.น้ำตาลทราย 80 กรัม

วัตถุดิบ ส่วนผสมของเหลว

1.ไข่แดง 3 ฟอง

2.น้ำมันพืช 60 กรัม

3.ลิปตันไอซ์ทีเลมอน 80 กรัม

วัตถุดิบส่วนผสมไข่ขาว

1.ไข่ขาว 3 ฟอง

2.ครีมออฟทาทาร์ ¼ ช้อนชา

3.น้ำตาลทราย 20 กรัม

วัตถุดิบ ซอสหน้านิ่ม

1.แป้งกวนไส้ 25 กรัม

2.เนยสด 20 กรัม 

3.ลิปตันไอซ์ทีเลมอน 300 กรัม

วิธีทำ

เค้กชามะนาวหน้านิ่ม

เค้กชามะนาวหน้านิ่มเป็นเค้กที่ค่อนข้างอยู่ในกระแส อันเป็นผลมาจาก รสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าจนมีการซื้อมากินรวมถึงเผยแพร่สูตรลงในเว็บซึ่งแอดมินไม่พลาดที่จะนำเสนอดังนี้

1.นำวัตถุดิบที่ต้องเตรียมในส่วนผสมที่ 1 ร่อนรวมกัน หลังจากนั้นถึงเติมน้ำตาลและเกลือลงไปในถ้วยที่กำลังร่อนส่วนผสมวัตถุดิบที่ 1 อย่าลืมทำหลุมตรงกลางถ้วยแยกไว้

2.นำไข่แดงมาแยกไข่ขาว พักไว้

3.นำวัตถุดิบที่ 2 อันได้แก่ ลิปตันไอซ์ทีเลมอน น้ำมันพืชและไข่แดง ผสมให้เข้ากัน

STEP 2 การทำเค้ก

1.นำวัตถุดิบส่วนที่ 2 ที่เราผสมไว้แล้วเทลงตรงกลางหลุม คนให้เข้ากัน พักไว้

2.นำครีมออฟทาร์ทาร์และไข่ขาวมาตีโดยใช้ความเร็วปานกลาง ตีจนกระทั่งไข่ขาวขึ้นเป็นฟองหยาบ ๆ ให้เทน้ำตาลทรายลงไป ตีไข่ขาวต่อกระทั่งตั้งยอดปานกลางค่อนมาทางแข็ง

3.นำวัตถุดิบที่ 1 และ 2 มาผสมโดยใช้ไม้พายตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน แล้วถึงค่อยตักใส่พิมพ์รูปเลมอนที่เตรียมไว้ โดยให้อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที แล้วแต่เตาอบในแต่ละบ้าน

STEP 3 ทำซอสหน้านิ่ม

1.นำแป้งกวนและลิปตันไอซ์ทีคนในหม้อให้เข้ากัน ตั้งไฟ รอจนละลาย เมื่อส่วนผสมเริ่มข้น ใส่เนย คนจนละลายแล้วยกลงจากเตา พักไว้

2.เมื่อซอสมะนาวเริ่มเย็น ก็ให้ตักมาราดบนเค้กที่เตรียมไว้ได้เลย จากนั้นเสริ์ฟและพร้อมรับประทาน 

เค้กชามะนาวหน้านิ่มสูตรนี้ ทำออกมาแล้วอร่อยเหมือนรับประทาน เค้กส้มหน้านิ่ม ใครที่เบื่อความเลี่ยนของเค้กเนยสด ลองหันมาเข้าครัวทำเค้กชามะนาวกันเถอะ นำมากินร่วมกับชาร้อนในช่วงเช้าก็จะให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจนพร้อมที่จะเริ่มงานใหม่อีกครั้ง

เครดิตภาพประกอบ

https://sootded.org/วิธีทำ-เค้กชามะนาวหน้า/

อ่านบทความ : เค้กไข่ไต้หวัน เนื้อเด้ง ๆ เนียนอร่อย

สนับสนุนโดย :

ufaball.bet เว็บตรง ศูนย์รวมการเดิมพันกีฬาอันดับหนึ่งไม่ว่าจะบอลชุด บอลเต็ง บอลเสต็ป และกีฬาอีกหลายประเภท ราคาดีที่สุดในขณะนี้ ขั้นต่ำเพียง 10 บาท พร้อมโปรโมชั่นคืนยอดเสีย 5% ในทุกเดือน เล่นง่าย จ่ายจริง ร่วมเดิมพันกีฬาสุดมันส์กับเราได้ที่ https://ufaball.bet

Categories
ขนมเบเกอรี่ อาหารนานาชาติ

เค้กไข่ไต้หวัน เนื้อเด้ง ๆ เนียนอร่อย

เค้กไข่ไต้หวัน

เค้กไข่ไต้หวัน เนื้อฟู เด้งดึ๋ง อร่อย เค้กไข่ไต้หวันสูตรไหนอร่อย ต้องลอง เพราะสูตรนี้ไม่ใส่สารเสริม ดีต่อร่างกาย

ส่วนผสมในการทำ

เค้กไข่ไต้หวัน

เค้กไข่ไต้หวัน กับกระแสยอดฮิต ทุกคนต่างรู้จักดีและเคยสั่งมากินกันบ้างแล้วต่อให้ราคาแสนแพงก็ตาม วันนี้แอดมินขออาสานำ สูตรเค้กไข่ไต้หวัน แท้

ทำได้จริงมาฝาก

วัตถุดิบในการทำ เค้กไข่ไต้หวัน

เค้กไข่ไต้หวัน

ส่วนผสมไข่แดง

1.ไข่แดงเบอร์ 2 สำหรับทำเค้กไข่ไต้หวัน จำนวน 2 ฟอง

2.แป้งเค้ก 150 กรัม

3.เกลือป่น ¼ ชช.

4.กลิ่นวานิลลา 2 ชช.

5.นมข้นจืด 145 กรัม

6.น้ำมันพืช 100 กรัม

ส่วนผสมไข่ขาว

1.ไข่ขาวเบอร์ 2 จำนวน 7 ฟอง

2.น้ำตาลทราย 120 กรัม

3.ครีมออฟทาร์ทา 1 ชช.

4.แป้งข้าวโพด 1 ชช.

5.น้ำตาลทราย 120 กรัม 

วิธีทำ

1.เกลือป่นกับแป้งเค้กนำมาร่อนรวมกัน 2 รอบ เทคนิคนี้ทำให้แป้งเบาและฟู

2.ตวงนมข้นจืด น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และแยกไข่ โดยเริ่มจาก เทน้ำมันพืชลงในหม้อ นำไปตั้งไฟจนร้อนแล้วปิดเตา สักพักเทแป้งเค้กสำหรับทำ เค้กไข่ไต้หวันลงในหม้อที่มีน้ำมัน คนส่วนผสมให้เข้ากัน วิธีนี้ทำให้เนื้อแป้งเบาและขึ้นฟูโดยไม่ต้องพึ่งสารเสริมแต่อย่างใด จากนั้นใช้ไม้พายคนส่วนผสมแป้งและน้ำมันให้ความร้อนคลายลง ตามด้วยนมข้นจืด ซึ่งจะทำให้เค้กไข่หอมนุ่มและกลมกล่อมขึ้นมาได้ ตะล่อมให้เข้ากันอีกครั้ง

3.นำไข่แดงที่แยกไว้ใส่ลงในแป้งผสมน้ำมัน เพิ่มกลิ่นหอมของตัวขนมโดยการใส่กลิ่นวานิลลา ตะล่อมอีกครั้งเพื่อให้ส่วนผสมดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดเข้ากัน

4.มาถึงขั้นตอนของการตีไข่ขาวให้ตั้งยอด เริ่มจากตีไข่ขาวจนเกิดฟองหยาบ ตามด้วยครีมออฟทาร์ทา ตีให้พอเข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดเพื่อไปเพิ่มความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในตัวเค้ก

5.การใส่น้ำตาลทราย ทยอยแบ่งใส่เป็นจำนวน 3 ครั้ง ตีกระทั่งไข่ขาวตั้งยอด

6.แบ่งไข่ขาวบางส่วนผสมกับไข่แดงแล้วตะล่อมอย่างเบามือกระทั่งเข้ากันตามด้วยไข่ขาวส่วนที่เหลือทั้งหมด

7.เทส่วนผสมทั้งหมดใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทว่าก่อนจะเทส่วนผสมดังกล่าว ควรทาไขมันหรือเนยบนแม่พิมพ์ตามด้วยนำกระดาษไข

มารองก้นถาด ซึ่งก่อนจะนำเข้าตู้อบ ควรเคาะแม่พิมพ์ 2 ครั้งเพื่อไล่ฟองอากาศออก

8.อุณหภูมิใช้ 150-160 องศาเซลเซียส โดยที่ถาดรองควรรองน้ำไว้แล้วจากนั้นถึงค่อยวางแม่พิมพ์ลงไป ใช้เวลาอบประมาณ 30-40 นาที พออบเสร็จ ควรพักไว้ให้อุ่นประมาณ 10 นาทีก็เอาเค้กออกจากพิมพ์ได้เลย 

9.ลอกกระดาษไข พลิกเค้กอีกฝั่งขึ้นมา จากนั้นใช้มีดตัดแบ่งเป็นชิ้น นำมารับประทานกับชาหรือกาแฟ ความอร่อยนั้นไม่ด้อยไปกว่า เค้กไข่ไต้หวันเชฟนุ่น

เค้กไข่ไต้หวันสุดยอดเบเกอรีที่ใช้วัตถุดิบน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเบเกอรีอื่น ๆ ส่วนการจะทำให้เนื้อเค้กพองฟูและเด้ง อยู่ที่การตีไข่ขาวให้ตั้งยอดรวมถึงการนำครีมออฟทาร์ทามาใช้ แล้วเราจะได้เค้กไข่แสนอร่อยมากินคู่กับชาร้อนในช่วงเช้าแล้ว

เครดิตภาพประกอบ

https://cooking.kapook.com/view192496.html

อ่านบทความ :

 ขนมจีน แกงเผ็ดไก่ รสชาติเหมือนคุณยายทำ อร่อย ถูกปาก

สนับสนุนโดย :

สล็อตเว็บตรง ฝาก-ถอน TRUE WALLET ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
อาหารนานาชาติ อาหารสุขภาพ

สูตรแซลมอนดอง เด้งฉ่ำ แซ่บโดนใจ

สูตรแซลมอนดอง

แซลมอนดอง แซ่บนัวโดนใจไม่ง้อร้านอาหาร ใครสนใจ สูตรแซลมอนดอง วิธีทำ  ปรุงอย่างไรให้อร่อย ต้องติดตาม

ส่วนผสมในการทำ สูตรแซลมอนดอง 

สูตรแซลมอนดอง

แซลมอนดอง เป็นอีกหนึ่งเมนูในการถนอมอาหารประเภทปลา ให้มีอายุที่ยาวนานขึ้น สำหรับการบริโภค อีกทั้ง ยังมีรสชาติแซ่บนัว ถูกปากถูกใจสาวกชาวแซลมอนทั้งหลาย ซึ่งโดยปกติแล้ว แซลมอน มักนำมากินคู่กับวาซาบิ หรือนำไปย่างเกลือ รวมถึง เอามาทำเมนูเสต็กปลาแซลมอนก็ยังเป็นที่ชื่นชอบ เป็นต้น ทว่า กระแสความนิยมในการกินปลาแซลมอน  ทำให้ในเวลาต่อมา มีการเพิ่มในส่วนเมนูอาหารเกี่ยวกับปลา แซลมอนมาเป็น กินแซลมอนดอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่มีอรรถรสการกินที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้ ไม่ทำให้ผิดหวัง แอดมินมีแนวทางดี ๆ ในการปรุงแซลมอนเมนูนี้ให้อร่อยง่าย ๆ ไม่ยากมาฝากดังนี้

วัตถุดิบสำหรับทำ แซลมอนดอง

การเตรียมวัตถุดิบ ในการทำ สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นห้างค้าปลีกหรือห้างค้าส่ง  มาถึงในส่วนของ ต้นทุน แซลมอนดอง ไม่แพงเลย ซึ่งเมื่อทำไปแล้ว  คุ้มค่าเกินราคาแน่นอน

1.เนื้อปลาแซลมอนไม่ติดหนัง 300 กรัม

2.ซอสโชยุ ประมาณ 1 ถ้วยตวง

3.น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

4.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

5.ต้นหอม 2 ต้น หั่นเป็นท่อน ๆ

6.ขิงแก่หั่น 6 แว่น

7.กระเทียมจีนนำมาฝาน 6 กลีบ

8.พริกจินดาเขียวและแดง ซอยรวมกัน 10 เม็ด

9.สาหร่าย

10.งาขาว สำหรับโรยหน้า

11.ข้าวญี่ปุ่น

12.น้ำจิ้มซีฟู๊ด

ขั้นตอนและวิธีทำ 

สูตรแซลมอนดอง

ขั้นตอนแรก การทำน้ำดอง

รินโชยุลงไปในหม้อต้ม ตามด้วยน้ำเปล่า น้ำตาลทราย แล้วเปิดไฟอ่อน ๆ ต้มไปเรื่อย ๆ รอจนกระทั่งน้ำเดือดถึงหยิบต้นหอมและขิงแก่หั่นแว่นใส่ลงในหม้อต้ม รอกระทั่งกลิ่นเริ่มหอม ให้ยกลงจากเตาเพื่อเตรียมขั้นตอนต่อไปในการทำ แซลมอนดอง แสนอร่อยเมนูนี้ได้เลย

ขั้นตอนที่สอง การเตรียมแซลมอน

  • นำกระดาษทิชชูมาซับน้ำจากปลาแซลมอนให้แห้ง
  • เตรียมกล่องหรือถ้วยสำหรับดอง หรือบรรจุภัณฑ์คล้าย ๆแซลมอนดองกระป๋อง จากนั้นเทน้ำดองที่รอกระทั่งเย็นลงในบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะที่เตรียมไว้
  • โรยกระเทียมฝาน พริกจินดาซอย ลงไปในภาชนะสำหรับดอง
  • ปิดฝาให้แน่นสนิท นำเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก็สามารถรับประทานได้ 

ขั้นตอนที่ 3 การเสริ์ฟ

นำปลาแซลมอนออกมาจากภาชนะสำหรับดอง แล้วจัดเสริ์ฟในจานสวย ๆ โดยไม่ลืม โรยงาขาวคั่ว เวลารับประทาน เตรียมสาหร่ายตามจำนวนที่ต้องการ รับประทานคู่กันไปกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงเท่านี้ ก็ฟินแล้ว

คุณค่าจากปลาแซลมอนนั้นมีมากล้น โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงที่มาพร้อมโอเมก้า 3 ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ปรุงเมนูดังกล่าวมารับประทาน ใครอยากได้สารอาหารครบครัน รับประทานแล้วไม่อ้วน อีกทั้งยังแซ่บนัว อย่าลืมเมนูนี้ 

เครดิตภาพประกอบ

https://www.wongnai.com/recipes/korean-soy-sauce-pickled-salmon

ก๋วยจั๊บน้ำข้นหมูกรอบ อร่อยขั้นเทพ กินทุกวัน

สนับสนุนโดย :

ufaball.bet คาสิโนที่มาแรงที่สุด ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำผ่านระบบออโต้กับเว็บตรง ปลอดภัย 100% พร้อมรับโปรโมชั่นคืนยอดเสีย 5% ในทุกเดือน ไม่ว่าจะแทงบอลเต็ง หรือ บอลสเต๊ป ได้อัตราค่าน้ำสูงที่สุดในประเทศ