Categories
อาหารสุขภาพ อาหารไทย

ปลาราดพริก เข้มข้น รสเด็ดจนต้องกินเพิ่ม

ปลาราดพริก

ปลาราดพริก เนื้อปลาทอดกรอบ ๆ ราดด้วยน้ำจิ้มเข้มข้น จะอร่อยเหมือน วิธีทำปลาราดพริก ครัวคุณต๋อย หรือเปล่า ต้องลอง

ส่วนผสมในการทำ ปลาราดพริก

ปลาราดพริก

ปลาราดพริกอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยสุดอร่อย เป็นปลาราดพริกสด ที่เต็มไปด้วยสมุนไพร ใครที่เบื่อรสชาติเดิม ๆ ลองเปลี่ยนมากินปลา 3 รสราดพริกกันดีกว่า แล้วจะรู้ว่า อาหารไทยอร่อยไม่แพ้อาหารอื่น ๆ ในโลก

วัตถุดิบปลาราดพริก

ปลาราดพริกเต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อปลา จะเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเล ล้วนได้รับสารอาหารดังกล่าวข้างต้น เพราะฉะนั้น มาเริ่มต้นทำปลา 3 รส ราดพริกกันดีกว่าโดยมีส่วนผสมต้องเตรียมดังนี้

ปลาราดพริก

1.ปลากะพง 1 ตัว

2.น้ำมันสำหรับผัด 2 ชต.

3.น้ำมันสำหรับทอด 1 ลิตร

4.กระเทียมไทย 1 หัว

5.รากผักชี 3 ราก

6.น้ำมะขามเปียก 60 กรัม

7.พริกจินดาแดง 5 เม็ด

8.น้ำจิ้มเอโร่ 1 ถ้วย

9.เกลือป่น 1 ชช.

10.น้ำเปล่า ½ ถ้วย

11.ผักชีตามชอบ

วิธีทำ

ปลาราดพริก

ขั้นตอนที่ 1 การทอดปลากะพง ก่อนนำ ปลาราดพริก ไปทอด ให้นำปลากะพงมาบั้งทั้ง 2 ด้าน ใช้เกลือป่นทาปลาเพียงเล็กน้อย จากนั้น เทน้ำมันลงในกะทะ รอจนน้ำมันร้อน ให้นำปลาไปทอดได้เลย ทอดจนเหลือง แล้วตักใส่จานพักไว้

ขั้นตอนที่ 2  วิธีทำปลาราดพริก 3 รส ขั้นตอนทำซอสพริกราดบนตัวปลา ซอสพริกถือว่าสำคัญ จะทำอย่างไรให้อร่อยนั้น มาเริ่มจาก ตำพริก กระเทียม รากผักชี ตำให้ส่วนผสมทั้งหมดแหลกละเอียด

ขั้นตอนที่ 3 เทน้ำมันพืชสำหรับทอด ถ้าต้องการ

ความกรอบในตัวปลา ให้ใช้น้ำมันปาล์ม หลีกเลี่ยงน้ำมันถั่วเหลืองที่เหมาะสำหรับนำมาทำเมนูผัดเสียมากกว่าซึ่งถือเป็นเทคนิคที่แอดมินขอนำมาสอดแทรกความรู้ในส่วนนี้ไว้ สำหรับการนำ 3 เกลอมาผัด ใช้น้ำมันถั่วเหลืองซึ่งขั้นตอนนี้ให้รอจนน้ำมันในกะทะร้อน แล้วค่อยนำรากผักชี กระเทียม พริกไทยลงไปผัด ผัดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเหลือง

ปลาราดพริก

ขั้นตอนที่ 4 ใส่น้ำเปล่าลงไปก่อน ตามด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำจิ้มไก่เอโร่ เคี่ยวจนกระทั่งข้น หลังจากนั้นถึงปรับชิมรสได้ตามใจชอบ 

ขั้นตอนที่ 5 ปลากะพงกรอบ ๆ จัดใส่จาน จากนั้นนำน้ำจิ้มที่เราเตรียมไว้ ราดลงบนตัวปลาได้เลย โรยผักชี ก็พร้อมนำมาเสริ์ฟแล้ว

ปลาราดพริก เมนูอาหารไทยที่เต็มไปด้วยโปรตีน

ปลาราดพริก

เนื้อปลาราดพริก นอกจากได้ประโยชน์แล้ว อาหารจานนี้ยังอร่อยรสจัดจ้านตามแบบฉบับอาหารไทย นำมากินกับข้าวสวยร้อน ๆ และแกงจืดสาหร่ายเต้าหู้หมูสับหรือจะเป็นเมนูต้มแซ่บ อร่อยเข้ากันดี๊ดี

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://sa-game.bet/ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ บริการฝากถอนไม่มีขั้นต่ำไม่ผ่านตัวแทน

Categories
อาหารนานาชาติ อาหารสุขภาพ

สูตรแซลมอนดอง เด้งฉ่ำ แซ่บโดนใจ

สูตรแซลมอนดอง

แซลมอนดอง แซ่บนัวโดนใจไม่ง้อร้านอาหาร ใครสนใจ สูตรแซลมอนดอง วิธีทำ  ปรุงอย่างไรให้อร่อย ต้องติดตาม

ส่วนผสมในการทำ สูตรแซลมอนดอง 

สูตรแซลมอนดอง

แซลมอนดอง เป็นอีกหนึ่งเมนูในการถนอมอาหารประเภทปลา ให้มีอายุที่ยาวนานขึ้น สำหรับการบริโภค อีกทั้ง ยังมีรสชาติแซ่บนัว ถูกปากถูกใจสาวกชาวแซลมอนทั้งหลาย ซึ่งโดยปกติแล้ว แซลมอน มักนำมากินคู่กับวาซาบิ หรือนำไปย่างเกลือ รวมถึง เอามาทำเมนูเสต็กปลาแซลมอนก็ยังเป็นที่ชื่นชอบ เป็นต้น ทว่า กระแสความนิยมในการกินปลาแซลมอน  ทำให้ในเวลาต่อมา มีการเพิ่มในส่วนเมนูอาหารเกี่ยวกับปลา แซลมอนมาเป็น กินแซลมอนดอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่มีอรรถรสการกินที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้ ไม่ทำให้ผิดหวัง แอดมินมีแนวทางดี ๆ ในการปรุงแซลมอนเมนูนี้ให้อร่อยง่าย ๆ ไม่ยากมาฝากดังนี้

วัตถุดิบสำหรับทำ แซลมอนดอง

การเตรียมวัตถุดิบ ในการทำ สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นห้างค้าปลีกหรือห้างค้าส่ง  มาถึงในส่วนของ ต้นทุน แซลมอนดอง ไม่แพงเลย ซึ่งเมื่อทำไปแล้ว  คุ้มค่าเกินราคาแน่นอน

1.เนื้อปลาแซลมอนไม่ติดหนัง 300 กรัม

2.ซอสโชยุ ประมาณ 1 ถ้วยตวง

3.น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

4.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

5.ต้นหอม 2 ต้น หั่นเป็นท่อน ๆ

6.ขิงแก่หั่น 6 แว่น

7.กระเทียมจีนนำมาฝาน 6 กลีบ

8.พริกจินดาเขียวและแดง ซอยรวมกัน 10 เม็ด

9.สาหร่าย

10.งาขาว สำหรับโรยหน้า

11.ข้าวญี่ปุ่น

12.น้ำจิ้มซีฟู๊ด

ขั้นตอนและวิธีทำ 

สูตรแซลมอนดอง

ขั้นตอนแรก การทำน้ำดอง

รินโชยุลงไปในหม้อต้ม ตามด้วยน้ำเปล่า น้ำตาลทราย แล้วเปิดไฟอ่อน ๆ ต้มไปเรื่อย ๆ รอจนกระทั่งน้ำเดือดถึงหยิบต้นหอมและขิงแก่หั่นแว่นใส่ลงในหม้อต้ม รอกระทั่งกลิ่นเริ่มหอม ให้ยกลงจากเตาเพื่อเตรียมขั้นตอนต่อไปในการทำ แซลมอนดอง แสนอร่อยเมนูนี้ได้เลย

ขั้นตอนที่สอง การเตรียมแซลมอน

  • นำกระดาษทิชชูมาซับน้ำจากปลาแซลมอนให้แห้ง
  • เตรียมกล่องหรือถ้วยสำหรับดอง หรือบรรจุภัณฑ์คล้าย ๆแซลมอนดองกระป๋อง จากนั้นเทน้ำดองที่รอกระทั่งเย็นลงในบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะที่เตรียมไว้
  • โรยกระเทียมฝาน พริกจินดาซอย ลงไปในภาชนะสำหรับดอง
  • ปิดฝาให้แน่นสนิท นำเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก็สามารถรับประทานได้ 

ขั้นตอนที่ 3 การเสริ์ฟ

นำปลาแซลมอนออกมาจากภาชนะสำหรับดอง แล้วจัดเสริ์ฟในจานสวย ๆ โดยไม่ลืม โรยงาขาวคั่ว เวลารับประทาน เตรียมสาหร่ายตามจำนวนที่ต้องการ รับประทานคู่กันไปกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงเท่านี้ ก็ฟินแล้ว

คุณค่าจากปลาแซลมอนนั้นมีมากล้น โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงที่มาพร้อมโอเมก้า 3 ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ปรุงเมนูดังกล่าวมารับประทาน ใครอยากได้สารอาหารครบครัน รับประทานแล้วไม่อ้วน อีกทั้งยังแซ่บนัว อย่าลืมเมนูนี้ 

เครดิตภาพประกอบ

https://www.wongnai.com/recipes/korean-soy-sauce-pickled-salmon

ก๋วยจั๊บน้ำข้นหมูกรอบ อร่อยขั้นเทพ กินทุกวัน

สนับสนุนโดย :

ufaball.bet คาสิโนที่มาแรงที่สุด ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำผ่านระบบออโต้กับเว็บตรง ปลอดภัย 100% พร้อมรับโปรโมชั่นคืนยอดเสีย 5% ในทุกเดือน ไม่ว่าจะแทงบอลเต็ง หรือ บอลสเต๊ป ได้อัตราค่าน้ำสูงที่สุดในประเทศ

Categories
อาหารสุขภาพ อาหารไทย

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่ รสชาติเหมือนคุณยายทำ อร่อย ถูกปาก

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่ เมนูเส้นรสเด็ด อยากท้าให้ลองทำ จะอร่อยเทียบเท่า

น้ำยาแกงเผ็ดใต้ หรือไม่ มาพิสูจน์

ส่วนผสมในการทำขนมจีนแกงเผ็ดไก่

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่ เมนูอร่อยและอิ่มอีกทั้งมีสารอาหารครบถ้วนทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตะมิน เกลือแร่ รวมถึงพลังงาน ที่จะได้รับจากการกินขนมจีนคู่กังแกงเผ็ดไก่

สำหรับรสชาติของแกงเผ็ดไก่ ความเผ็ดนั้นมีทั้งระดับกลางไปจนถึงรสเผ็ดจัด สำหรับสูตรแกงเผ็ดไก่ที่ให้ไป ตัวน้ำยาขนมจีนจะไม่เผ็ดมาก เพื่อที่ว่า ใครที่ต้องการจะลองฝึกทำขนมจีนสูตรนี้  จะสามารถปรับหรือเพิ่มเติมในส่วนของรสชาติ จะให้มีรสชาติที่เผ็ดขึ้นหรือกลาง ๆ ตามสูตร ก็ยังได้ ภายหลังรับประทานขนมจีน 

เคล็ดลับ สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มเติมความเผ็ดให้มากไปกว่านี้ ทำได้โดยการเติมพริกแห้งลงไป หรือจะรับประทานขนมจีนแกงเผ็ดควบคู่ไปกับพริกแห้ง ก็ยังอร่อยและเข้ากันดี

วัตถุดิบ ขนมจีนแกงเผ็ดไก่

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่เมนูอาหารไทยที่กินอย่างไร ก็ไม่อ้วน อีกทั้งวัตถุดิบในการเตรียม สามารถหาซื้อจากตลาดนัดใกล้บ้านได้เลย เห็นหรือยัง นอกจากซื้อสะดวก ยังอร่อยถูกปากอีกด้วย

1.เนื้อไก่ครึ่งกิโลกรัม

2. พริกแกงเผ็ด ประมาณ 100 กรัม

3. หัวกะทิ 300 กรัม

4. หางกะทิ 500 กรัม

5. น้ำตาลปี๊บ 1 ชต.

6. น้ำปลา 2 ชช.

7. มะเขือเปราะ 6 ลูก

8. มะเขือพวง 2 พวง

9. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ

10. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด

11. ใบโหระพา 

12 ขนมจีน 

วิธีทำ

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่

ขั้นตอนที่ 1 ขนมจีนแกงเผ็ดไก่ถ้าจะให้อร่อยและหอม ต้องเทหัวกะทิลงในกะทะ จากนั้นผัดหรือเคี่ยวจนกว่ากะทิจะแตกมัน เมื่อกะทิแตกมันดีแล้ว ให้นำพริกแกงที่เตรียมไว้ลงไปผัดในกะทะจนกระทั่งได้กลิ่นหอม

ขั้นตอนที่ 2 จุดเริ่มต้นของความอร่อย 

น้ำยาแกงเผ็ด สำหรับราดลงบนเส้นขนมจีน เริ่มนำเนื้อไก่ที่หั่นแล้วรวมถึงตรงส่วนน่อง ผัดไปพร้อมเครื่องแกง ผัดให้เนื้อไก่ส่วนนอกสุก จากนั้น เทหางกะทิลงไปในกะทะ ขั้นตอนนี้ จะเป็นในส่วนของการปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ ต้มไก่และกะทิประมาณ 20 นาที

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนนี้มีความคล้ายกับการทำ แกงกะทิไก่ ให้นำมะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูดฉีด ต้มกระทั่งสุก โรยโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงลงไป ยกออกจากเตาได้เลย

ขั้นตอนสุดท้าย นำเส้นขนมจีนจัดเรียงในจาน ราดน้ำยาแกงไก่ลงบนเส้นขนมจีน เวลารับประทาน สามารถกินร่วมกับผักสดที่ชอบ เช่น แตงกวา ใบแมงลัก ใบโหระพา ผักบุ้งหั่นต้ม ถั่วงอก หรือจะเพิ่มในส่วนของปลาแห้งทอดหรือไข่ต้ม

ขนมจีนแกงเผ็ดไก่

จะเห็นได้ว่า การเตรียมนั้นไม่ยุ่งยาก ทั้งนี้เพราะ เส้นขนมจีน ซื้อสำเร็จรูปมาได้เลย ที่เหลือเป็นการปรุงในส่วนของน้ำยาขนมจีนซึ่งก็ได้บอกเคล็ดลับความอร่อยไปแล้ว

เครดิตภาพประกอบ

https://www.wongnai.com/recipes/chicken-curry-with-rice-noodles

อ่านบทความ : ขนมจีบกุ้งต้ม ทำง่าย ขายก็คล่อง ท้าให้ลอง

สนับสนุนโดย : สมัครบาคาร่า กับ GCLUB เว็บบาคาร่า อันดับ1 เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ มั่นคง ปลอดภัย มาแรงที่สุด 2022 https://gclubspecial168.com/

Categories
อาหารสุขภาพ อาหารไทย

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ สูตรเด็ด กะทิหอม อร่อยต้องกินซ้ำ

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ สูตรนี้ทำไม่ยาก ขอเพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แอดมินมี วิธีทำแกงขี้เหล็กกะทิ มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ

ส่วนผสมในการทำแกงขี้เหล็กสูตรโบราณ

แกงขี้เหล็ก

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณวัตถุดิบและวิธีการทำแกงขี้เหล็กมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน บางคน อาจเพิ่มในส่วนของใบย่านาง หรือในบางรายนำใบชะอมผสมลงไปในแกงรวมถึงการนำเนื้อสัตว์อย่างหมูย่าง มาเพิ่มความอร่อย อันเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมในการทำ แกงขี้เหล็กใบย่านาง เป็นต้น ซึ่งการจะทำแกงขี้เหล็กแบบไหนนั้น ? ไม่มีผิดหรือถูก สามารถปรับให้เข้ากับความชอบรวมถึงวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นได้เลย 

วัตถุดิบ แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณเป็นอาหารไทยโบราณที่มีรสขาติและกลิ่นค่อนข้างเฉพาะตัว โดยมีวัตถุดิบต้องเตรียมดังนี้

1.ใบขี้เหล็ก ½ กิโลกรัม

2.พริกแห้งเม็ดเล็ก 5 กรัม

3.พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20 กรัม

4.ตะไคร้ 2 ต้น

5.กระเทียม 15 กรัม

6.หอมแดง 20 กรัม

7.ผิวมะกรูด 2 กรัม

8.รากผักชี 2 ต้น

9.ข่าแก่ 3 แว่น

10.กระชาย 20 กรัม

11.กะปิ 1 ชต.

12.พริกไทย 1 ชช.

13.เกลือ ½ ชต.

14.น้ำปลา 2 ชต.

15.ซีอิ้วขาว 2 ชต.

16.ปลาทู แกะเอาแต่เนื้อ 2 ตัว

17.ปลาอินทรีย์เค็ม 1 ชิ้น

18.สันคอหมู 500 กรัม

19.กะทิ 500 กรัม

20.น้ำตาลมะพร้าว 1 ชต.

วิธีทำ

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ

1.คัดใบเหล็กที่เป็นส่วนก้านแข็งออกแล้วนำไปทิ้ง ล้างน้ำสะอาดประมาณ 1-2 ครั้ง เป็นการทำความสะอาดใบขี้เหล็กก่อนในเบื้องต้นก่อนนำมาทำ  แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ จากนั้น นำใบขี้เหล็กมาบีบน้ำออก

2.เป็นขั้นตอนในการเอาความขมบางส่วนออกจากใบขี้เหล็ก โดยการรอน้ำต้มเดือด จากนั้น นำใบขี้เหล็กใส่ลงในหม้อ ต้มนานประมาณ 15 นาที เมื่อครบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เทน้ำเดือดทิ้งแล้วนำใบขี้เหล็กมาล้างผ่านน้ำประมาณ 1 ครั้ง โดยไม่ลืมเคล้าใบขี้เหล็กด้วยเกลือป่น จากนั้นล้างน้ำต่ออีก 1 ครั้ง แล้วบีบเอาน้ำออก เตรียมทำแกงขี้เหล็กในขั้นตอนต่อไป หรือใครที่อยากเพิ่มกลิ่นแกงให้มีความหอมเวลาเคี้ยว สามารถทำ

แกงขี้เหล็กใส่ชะอม เพิ่มในส่วนใบชะอมได้เลย

3.การตำพริกแกง ความเผ็ดเลือกตามชอบ ตามมาด้วยกระชาย หอมแดง ข่า กระเทียม ตะไคร้ รากผักชี ผิวมะกรูด พริกไทย เกลือป่น และกะปิ ตามด้วยน้ำสะอาด ลงในโถปั่น จากนั้นปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้แหลกละเอียด และท้ายสุด นำปลาทูและปลาอินทรีย์ที่เตรียมไว้ ปั่นให้เข้ากับเครื่องแกงอีกครั้ง 

4.เทเครื่องแกงออกจากโถปั่น นำกะทิตั้งไฟ  เคี่ยวหัวกะทิ รอจนกระทั่งแตกมัน วิธีสังเกตุ สีกะทิต้องดูสีเหลืองนวล ๆ และลอยขึ้นมาได้ ขั้นตอนถัดมาถึงใส่เครื่องแกงที่เราปั่นเมื่อสักครู่ ผัดส่วนผสมทั้งหมดในกะทะจนส่งกลิ่นหอม จากนั้น ทยอยเทน้ำกะทิส่วนที่เหลือลงไปให้หมด เคี่ยวจนสุก ตักใส่ชาม เตรียมรับประทานกับข้าวสวยร้อนได้เลย

แกงขี้เหล็กสูตรโบราณ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้สูงวัยด้วยรสชาติที่มีเป็นเอกลักษณ์ทำให้ผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็น คุณปู่ คุณย่า คุณตาและคุณยาย ติดใจได้ไม่ยากอีกทั้งดีต่อสุขภาพของผู้สูงวัย ขอเพียงรสความเผ็ดลงมาสักเล็กน้อย เชื่อได้เลยว่า แกงขี้เหล็กใส่ปลาทู  จานนี้ดีต่อสุขภาพในบุคคลที่เรารักได้ไม่ยาก

เครดิตภาพประกอบ
https://www.suaheew.com/แกงขี้เหล็ก-ใส่หมูย่าง/

อ่านบทความ >> ก๋วยเตี๋ยวเรือ น้ำซุปเข้มข้น เส้นนุ่ม ๆ อร่อยล้ำ

สนับสนุนโดย >> sa-game เว็บบาคาร่า อันดับ1 เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ มั่นคง ปลอดภัย บริการอย่างมืออาชีพ มีทีมงานให้คำปรึกษาในการเข้าใช้งาน

Categories
อาหารสุขภาพ

ผัดผักรวมมิตร เมนูที่ทั้งอร่อย ทั้งได้สุขภาพ 

เมนู ผัดผักรวมมิตร เป็นเมนูที่คนไทยชื่นชอบรับประทานอีกเมนูหนึ่ง เพราะเป็นเมนูที่สามารถหาวัตถุดิบทำรับประทานได้ง่าย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย สำหรับเมนูผัดผักรวมมิตรนั้นสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ สามารถนำผักชนิดใดก็ได้ที่อยากรับประทานมาผัดรวมกัน และวิธีหนึ่งที่จะทำ ผัดผักรวมมิตรให้อร่อย และมีรสชาติดี คือการใส่เนื้อสัตว์

ส่วนใหญ่นิยมรับประทานคู่กับข้าวสวย และกับข้าวชนิดต่าง ๆ อาทิแกง และรับประทานคู่กับน้ำพริกต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นเมนูอาหารที่สามารถรับประทานได้หลากหลาย วันนี้ทางเว็บไซต์ของเราจึงจะมาชวนเข้าครัวทำเมนูผัดผักรวมมิตรง่าย ๆ สไตล์คนไทยกันค่ะ 

ผัดผักรวมมิตร
ผัดผักรวมมิตร

ขอบคุณภาพจาก Pixabay

ผัดผัดรวมมิตร เนื้อหมู เตรียมวัตถุดิบง่าย ๆ พร้อมวิธีการทำ 

1.น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ (ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเมนูผัดผักรวมมิตรจานใหญ่ 1 จาน) 

2.ข้าวโพดอ่อน 1 ถ้วยตวง (หั่นชิ้น) 

3.เห็ดนางฟ้า 2 ถ้วยตวง 

4.ถั่วลันเตา 1 ถ้วยตวง 

5.แครอท  ½ ถ้วยตวง 

6.พริกหวาน  ½ ถ้วยตวง 

7.เนื้อหมูชิ้น ½ ถ้วยตวง  (สามารถใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทนได้) 

8.กระเทียมไทยสับ 10 กลีบ (เพิ่มความหอมให้เมนู ผัดผักรวมมิตรหมู )

9.ผงปรุงรส 2 ช้อนชา

10.น้ำปลา 2 ช้อนชา 

11.ซีอิ้วขาว 2 ช้อนชา 

12.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา 

ผัดผักรวมมิตร
ผัดผักรวมมิตร

ขอบคุณภาพจาก Pixabay

1.ขั้นตอนแรกของเมนู ผัดผักรวมมิตร 5 ชนิด  ได้แก่ ตั้งกระทะบนเตา เปิดไฟระดับปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป ใส่กระเทียมไทยสับลงไปผัดจนหอม จามด้วยเนื้อหมูชิ้นลงไปผัด (การผัดหมูชิ้น ไม่ผัดนานเพราะจะทำให้หมูแข็ง และกระด้าง ) 

2.จากนั้นใส่ผักเรียงระดับจากที่สุกยากลงไปผัดก่อน เริ่มจากใส่แครอท และข้าวโพดอ่อน ลงไปผัดสักพัก จากนั้นตามด้วยพริกหวาน ถั่วลันเตา และใส่เห็ดนางฟ้าเป็นชนิดสุดท้ายลงไป ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน 

3.ปรุงรสด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส ซีอิ้ว น้ำตาลทราย จากนั้นชิมรสชามชอบใจ ผัดผักสุกทุกชนิดแล้วตักขึ้นใส่จาน 

ผัดผักรวมมิตรรับประทานกับอะไรได้บ้าง พร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพ

สำหรับเมนูผัดผักรวมมิตรนั้นสามารถรับปประทานได้กับหลากหลายเมนุ สำหรับคนไทยเรานิยมรับประทานเมนูผัดผักเป็นกับข้าว รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ เติมความนัวด้วยน้ำปลาพริก มะนาว เป็นเมนูที่สามารถทำได้หลากหลายสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบผักได้ตามความชอบ ไม่ตายตัวว่าจะต้องเป็นผักอะไร และสำหรับประโยชน์ของ เมนูผัดผักรวมมิตรชนิดต่าง ๆ นั้นก็อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย อาทิวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี อีกทั้งในผักบางชนิดยังมีสารอาหารประเภาโปรตีนอีกด้วย อาทิ ผัดผักรวมมิตรใส่เห็ด บล็อกโคลี่เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพอย่างมากเลยทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มสารอาหารลงในเมนูนี้อีกก็สามารถเพิ่มวัตถุดิบใข่ลงไปเป็น เมนูผัดผักรวมมิตรใส่ไข่ เรียกได้ว่าทั้งอร่อย ทั้งดีต่อสุขภาพเลยทีเดียวค่ะ 

ผัดผักรวมมิตร
ผัดผักรวมมิตร

ขอบคุณภาพจาก Pixabay 

เว็บ บา คา ร่า อันดับ 1

Categories
อาหารสุขภาพ

สเต็กอกไก่นุ่ม ซอสมะนาว อิ่มอร่อย สไตล์คนรักสุขภาพ 

สเต็กอกไก่  เป็นเมนูที่คนรักสุขภาพนั้นรู้กันดี โดยเฉพาะเมนู สเต็กอกไก่พริกไทยดำ เพราะเป็นเมนูที่นำส่วนของบริเวณอกไก่ปราศจากไขมัน มาทำแล้วเพิ่มอรรถรสความอร่อยได้มากกว่าเมนูอื่น ๆ มากกว่าเมนูต้ม ผัด มากเลยทีเดียว 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดของเมนูอกไก่นั่นก็คือการเปลี่ยนความกระด้าง ความแข็ง ความฝืดของส่วนอกไก่ให้นุ่มละมุน ไม่แข็ง ไม่ฝืด ฉ่ำ ๆ ในทุกคำที่รับประทานนั้นคือหัวใจที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว วันนี้เว็บไซต์ของเราจะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความอร่อย และลบล้างความคิดของอกไก่ ไม่เท่ากับกระด้าง กันค่ะ 

อกไก่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay 

สเต็กอกไก่นุ่ม ซอสมะนาว เตรียมวัตถุดิบ และขั้นตอนการย่างอกไก่ ดังนี้ 

1.เนื้ออกไก่ 3 ชิ้น (สำหรับเมนู สเต็กอกไก่ ต้องเลาะหลังไก่ออกให้หมด) 

2.แป้งข้าวโพด 2 ช้อน 

3.เกลือป่น 2 ช้อนชา 

4.น้ำส้มสายชู ½  ช้อนโต๊ะ 

5.น้ำสะอาด 1 ลิตร 

6.เนยสด 100 กรัม 

7.พริกไทยดำป่น 1 ช้อนโต๊ะ 

8.ผักบล็อคโครี่ 1 ถ้วยตวง (สามารถเลือกผักที่ชอบได้ อาทิข้าวโพด ,ถั่ว , มันฝรั่ง ) 

9.กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 

10.มายองเนส 3 ช้อนโต๊ะ 

11.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 

12.ขนมปัง (จำนวนตามชอบ) 

1.ขั้นตอนแรกของการทำสเต็กอกไก่ให้นุ่มนั้น โดยมีสูตรสเต็กอกไก่นุ่ม ที่ง่ายในการหมักอกไก่ให้นุ่ม โดยทำการล้างส่วนของอกไก่ให้สะอาดที่สุด จากนั้นใส่เกลือป่น น้ำสมสายชู แป้งข้าวโพด น้ำสะอาด ใส่ส่วนผสมดังกล่าวลงในอกไก่จากนั้นทำการผสมให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที 

2.เมื่อหมักอกไก่ครบตามเวลาแล้ว นำขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเกลือป่น พริกไทยดำป่น เนยสด จากนั้นคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้าเนื้ออกไก่ หมักทิ้งไว้ 30 นาทีก็จะได้ สเต็กอกไก่นุ่มกันอย่างไม่น่าเชื่อ

3.ใช้กระทะเทปล่อนตั้งไฟทำการย่างผักบล็อกโคลี่ จากนั้นนำเนื้ออกไก่ลงไปย่าง โดยจับเวลาในการย่างประมาณ 2 นาที จากนั้นนำ สเต็กอกไก่ย่าง ที่ทำเสร็จแล้วนำขึ้นวางพักไว้ในภาชนะ 

สเต็กอกไก่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash 

วิธีซอสมะนาวรสเข้มข้น รับประทานกับสเต็กอกไก่เนื้อนุ่ม

ขั้นตอนการทำซอสมะนาวที่รับประทานกับสเต็กอกไก่ นั้นง่ายมาก เริ่มจากการผสมครีมมายองเนส กระเทียมสับละเอียด พริกไทยดำ เกลือป่น น้ำมะนาว ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นชิมรสชาติตามชอบใจ หากชอบความเปรี้ยวมากสามารถเพิ่มน้ำมะนาวได้ และหากชอบความเข้มข้นของครีมมายองเนสมากสามารถเพิ่มได้ตามใจชอบ 

สเต็กอกไก่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay 

สำหรับเมนูสเต็กอกไก่นี้ สามารถรับประทานพร้อมผัก ขนมปัง  และ ซอสสเต็กอกไก่ ที่ใส่มะนาวเข้มข้นจี้ดจ้าดได้ตามความชอบ สามารถเพิ่มความสดชื่น ความละมุนโดยรับประทานพร้อมผักที่ย่างพน้อมอกไก่ หรือเพิ่มเป็นผักสด มันบดได้ เรียกได้ว่าเป็นเมนูอีกหนึ่งเมนูที่คนรักสุขภาพห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เรียกได้เมนู สเต็กอกไก่ซอสมะนาว จะเป้นเมนูเด็ดในดวงใจสำหรับคนรักสุขภาพแน่นอน หากทำตามขั้นตอนดังที่กล่าวมาแล้วเนื้ออกไก่จะไมท่แข้งกระด้าง มีความนุ่มชุ่มฉ่ำละมุนอย่างแน่นอน  

สมัครบาคาร่า

Categories
อาหารนานาชาติ อาหารสุขภาพ อาหารไทย

ข้าวผัดแซลมอน เมนูที่คนชอบสาวกแซลมอนห้ามพลาด 

ข้าวผัดแซลมอน เมื่อกล่าวถึงเมนูนี้หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหู จะคุ้นกับเมนูแซลมอนที่เป็นเมนูรับประทานกันแบบดิบ จริง ๆ แล้วปลาชนิดหนึ่งที่สามารถรับประทานแบบดิบได้ เพราะรสชาติดี สามารถนำมาดัดแปลงทำเป็นเมนูอาหารอื่น ๆ แบบสุกได้ อีกทั้งยัง ข้าวผัดแซลมอนประโยชน์ ต่อสุขภาพมากมาย  อย่างที่เราได้เห็นคนทำเมนูน่ารับประทาน เช่นกัน โดยที่รสชาตินั้นก็มีความอร่อยคนละรูปแบบกับปลาดิบ จะรอช้าอยู่ทำไม วันนี้เรามาชวนเข้าครัวทำเมนูอินเตอร์ผสมผสานแบบไทย ไว้รับประทานง่าย ๆ ในครอบครัวค่ะ 

ขอบคุณภาพจาก Unsplash 

ข้าวผัดแซลมอน ทำง่ายมีวัตถุดิบ และขั้นตอนดังนี้ 

1.กระเทียมไทยหั่น 15 กลีบ 

2.เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ (เคล็ดลับจาก ข้าวผัดแซลมอน Tiktok )

3.ข้าวสวย 3 ถ้วยตวง  (ข้าวสวยหุงค้างคืนจะเหมาะในการนำมาทำข้าวผัดที่สุด) 

4.เนื้อปลาแซลมอนหั่นชิ้นสำหรับทำ ข้าวผัดแซลมอน 1 ถ้วยตวง 

5.ซีอิ้วขาว 2 ช้อนชา 

6.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

7.ต้นหอมซอย 2 ข้อนโต๊ะ 

8.น้ำปลา 2 ช้อนชา 

9.แครอทหั่น ½ ถ้วยตวง 

10.หอมหัวใหญ่หั่น ¼ ถ้วยตวง

11.มะนาว 1 ซีก 

12.พริกขี้หนู (หั่น ) 10 เม็ด 

13.ไข่ไก่ 2 ฟอง 

14.ผงปรุงรส 1 ช้อนชา 

15.แตงกวาหั่นชิ้น 1 ถ้วยตวง

16.มะเขือเทศหั่น 1 ถ้วยตวง 

17.โชยุ 2 ช้อนชา เพื่อเพิ่มรสชาติความเป็น ข้าวผัดแซลมอนแบบญี่ปุ่น

ขอบคุณภาพจาก Unsplash

1.ขั้นตอนแรกของการทำเมนู ข้าวผัดแซลมอน เริ่มจากนำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่เนยสด กระเทียมไทยสับ ผัดจนหอม จากนั้นใส่แครอทลองไปผัด ขั้นตอนนี้จะผัดสักพัก 1- 2 นาทีเพื่อให้แครอทสุก 

2.เมื่อผัดจนแครอทเริ่มสุก ให้เร่งระดับไฟแรงขั้น จากนั้นใส่ไข่ไก่ และหัวหอมใหญ่ซอยลงไปผัด ตามด้วยเนื้อปลาแซลมอนลงไปผัด (ขั้นตอนนี้ผัดแค่พอแซลมอนสลบ) สำหรับใครที่ชอบสไตล์ ข้าวผัดแซลมอนเทอริยากิ สามารถเปลี่ยนจากวิธีผัดเนื้อปลา เป็นย่างกับซีอิ้วหวานแทน แล้วค่อนนำมาผัดรวมกับข้าวทีหลังก็ได้ค่ะ  

3.ใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศหั่น จากนั้นปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา โชยุ ซีอิ้วข้าว น้ำตาลทราย ผงปรุง ชิมรสชาติตามชอบใจ จากนั้นผัดต่อจนส่วนผสมเข้ากัน 

4.เมื่อผัดข้าวผัดจนได้ที่ให้ใส่หอมซอยลงไปตบท้ายจากนั้นผัดต่ออีกนิดหน่อย เป็นอันเสร็จขั้นตอนกสนทำเมนูข้าวผัดแซลมอน 

วิธีการเสิร์ฟข้าวผัดแซลมอล และวิธีการรับประทานเพื่อให้ได้อรรถรส

ข้าวผัดแซลมอนนั้นรับประทานแบบเปล่า ๆ ก็อร่อย สามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบแยกเนื้อปลาแซลมอน หรือเสิร์ฟแบบรวมกันก็ได้ อีกทั้งยังเพิ่มฉ่ำได้เพียงแค่เติมมายองเนส จะกลายเป็น ข้าวผัดแซลมอนมายองเนส  ทันทันทีและหากใครที่ยังคงติกรสชาติในแบบสไตล์ไทย ๆ โดยรับประทานแกล้มด้วยแตกกวาชิ้น สำหรับคนชอบความจัดจ้าน สามารถเพิ่มพริกขี้หนูหั่น บีบมะนาวลงไปตัดความมันความเลี่ยนของรสชาติเนื้อปลา 

สำหรับเมนูข้าวผัดแซลมอนนี้ เป็นเมนูที่ทำง่าย รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เป็นเมนูที่เหมาะอย่างยิ่งในการทำรับประทานกันในครอบครัว อีกทั้งสำหรับคนที่ทำเมนูอาหารขาย ก็สามารถนำเมนูนี้เพิ่มเป็นเมนูอีกหนึ่งเมนูให้ลูกค้าได้ลองรับประทานกัน รับรองได้ว่าเป็นเมนุที่ทำกินก็ง่าย ทำขายก็รวยอย่างแน่นอน 

และหากว่าใครอยากจะลองดัดแปลงปรับเปลี่ยนวิธีการทำให้มีความหลากหลายขึ้นก็สามาเข้าไปดูวิธีทำเมนู ข้าวผัดแซลมอน Pantip ได้เลย รับลองได้ว่าได้เมนูข้าวผัดแซลมอนหลากหลายเมนูมาทำกันอย่างแน่นอน 

ขอบคุณภาพจาก Pixabay 

จีคลับ

Categories
อาหารสุขภาพ

สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด เมนูอาหารคลีน เสริมโปรตีนเน้น ๆ รสชาติอร่อย

สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด

ทุกวันนี้เทรนด์การกินอาหารคลีนกำลังมาแรง เนื่องจากผู้คนเริ่มหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น ซึ่งเทรนด์การกินอาหารคลีนนี้มีมานานแล้วในกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่เพิ่งมาได้รับความนิยมเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยการอาหารคลีนก็เหมือนกับการได้ดีท็อกซ์ลำไส้ และมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ซึ่งในบนความนี้เราก็มีสูตรวิธีทำเมนูอาหารคลีนอย่าง สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด มาฝากทุกคน 

เมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโดนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในหมู่คนดัง นางแบบ และคนที่กำลังลดหนัก เพราะอะโวคาโด ถือเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อร่างกาย และมีประโยชน์ช่วยลดระดับไขมันเลวได้เป็นอย่างดี ส่วนอกไก่นี้หลายคนคงทราบกันดีว่ามันเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ สำหรับคนที่ชื่นชอบออกกำลังกาย หรือคนที่กำลังลดน้ำหนัก พวกเขานิยมรับประทานอกไก่แทนเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากอกไก่อุดมไปด้วยโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายและมีไขมันน้อย ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในโปรตีนไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพมากเลยทีเดียว 

ส่วนผสมของเมนู สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด สูตรเสริมโปรตีนเน้น ๆ 

เมนู สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด เป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารสุขภาพ สายกินคลีนที่มีส่วนผสมหลักคือ อกไก่ย่าง และอะโวคาโด เป็นเมนู อาหารคลีน ที่อร่อยและถูกปากคนรักสุขภาพแน่นอน ซึ่งสูตรที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้มีขั้นตอนและวิธีทำที่ง่ายมาก ๆ ที่สำคัญใช้เวลาในการทำไม่นาน ส่วนผสมทั้งหมดหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ก่อนที่เราจะไปดูขั้นตอนและวิธีทำ เรามาดูรายการของส่วนผสมทั้งหมดกันก่อนเลยค่ะ

ส่วนผสมสำหรับทำเมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด

  1. อะโวคาโด 1 ผล
  2. มะเขือเทศราชินี 3 ผล
  3. อกไก่ลอกหนัง 300 กรัม
  4. พริกไทย ½ ช้อนชา
  5. เกลือ Low Sodium ½ ช้อนชา
  6. น้ำมะนาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  7. พาร์สลีย์ (สำหรับตกแต่ง)
สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด

ขั้นตอนและวิธีการทำเมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด

การกินอาหารคลีนอย่างเมนู สลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด ถือว่าเป็นเมนูทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลัง ลดน้ำหนัก เนื่องจากเมนูนี้ใช้ส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดี ไม่อ้วน เป็นอาหารที่มีขั้นตอนและ วิธีทำ ที่ไม่ยุ่งยาก เหมาะที่จะเป็นอาหารเช้าสำหรับคนที่ต้องเร่งรีบออกไปทำงานมาก ๆ เลยค่ะ และหลังจากที่เราเตรียมส่วนผสมทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เรามาดูขั้นตอนและวิธีทำเมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโดกันต่อเลยค่ะ

ขั้นตอนและวิธีการทำเมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด

  1. เริ่มต้นด้วยการนำอกไก่ลอกหนังมาทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำอกไก่ไปหมักด้วยเกลือ Low Sodium และพริกไทยดำ ทาให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน และพักไว้
  2. นำอกไก่ที่หมักไว้แล้ว ไปย่างบนเตา โดยใช้ไฟกลาง เมื่ออกไก่สุกได้ที่แล้วให้กลับด้านย่างให้อีกด้านสุกเหมือน ๆ กัน ระวังอย่าให้ไหม้นะคะ เมื่ออกไก่ทั้ง 2 ด้านสุกได้ที่แล้ว ให้นำขึ้นใส่จาน แล้วทำการฉีกเนื้ออกไก่เป็นเส้น ๆ และพักไว้
  3. จากนั้นให้หั่นอะโวคาโดที่เตรียมไว้ โดยนำอะโวคาโดไปปอกเปลือกออกแล้วผ่าครึ่ง จากนั้นหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าพอดีคำ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป
  4. นำมะเขือเทศราชินีไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด จากนั้นผ่าครึ่ง มะเขือเทศ ราชินี
  5. ต่อมานำอกไก่ย่างที่ฉีกเรียบร้อยแล้วมาจัดใส่จาน ตามด้วยอะโวคาโดที่หั่นไว้วางลงบนเนื้ออกไก่ย่าง และตามด้วยมะเขือเทศราชินีผ่าครึ่งแล้ว ให้จัดเรียงตามความสวยงามเลยค่ะ
  6. ทำน้ำสลัดโดยการนำมะนาวที่เตรียมไว้ราดลงไปให้ทั่ว และโรยเกลือ Low Sodium และพริกไทยดำ จากนั้นคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  7. ตกแต่งด้วยพาสเลย์ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโดที่สวยงามและน่าทานพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับเมนูสลัดอกไก่ย่างอะโวคาโด ซึ่งเมนูนี้นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว มันยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายโดย อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อร่างกาย มีกากใยอาหารสูง และมีโฟเลตสูง ส่วนอกไก่ย่างเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูง ทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีไขมันน้อย ช่วยในการลดน้ำหนัก และมะเขือเทศราชินี มีโปรโยชน์เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณและสายตา รักษาสิว ควบคุมความดัน ป้องกันโรคหัวใจและอื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะ

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

เว็บตรง สล็อต ฝากถอน ไม่มี ขั้นต่ำ

Categories
อาหารนานาชาติ อาหารสุขภาพ

สลัดนิซัวส์แซลมอน อาหารเพื่อสุขภาพ สไตล์ฝรั่งเศส 

สลัดนิซัวส์แซลมอน

ตอนนี้เราจะเห็นว่าเทรนด์การกินอาหารคลีนกำลังมาแรงในกลุ่มคนวัยทำงาน และผู้สูงอายุ เนื่องจากอาหารคลีนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้นวันนี้เราเอาใจคนรักสุขภาพด้วยเมนู สลัดนิซัวส์แซลมอน เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ สุดหรูหรา สไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งสลัดนิซัวส์ เป็นอาหารจานเดียวประจำท้องถิ่นเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองเล็ก ๆ แถบชายหาดเมดิเตอร์เรเนียน เมนูอาหารส่วนใหญ่ก็จะมีคุณค่าทางคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เพราะพื้นที่แถบนั้นอุดมไปด้วยผักสด ผลไม้สด น้ำมันมะกอก และอาหารทะเลอีกมากมาย นี่จึงเป็นที่มาของสลัดนิซัวส์ หรือสลัดของชาวนีซ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการทำเมนูสลัดนิซัวส์ พร้อมกับเพิ่มคุณค่าให้กับสลัดจานนี้ด้วยการนำเอาเนื้อแซลมอนชิ้นหนา ๆ มาจี่ในกระทะพอเหลืองทองทั้ง 2 ด้าน เพื่อเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสที่อร่อยไม่แพ้สลัดจานอื่นเลยค่ะ

ส่วนผสมของเมนู สลัดนิซัวส์แซลมอน สไตล์ฝรั่งเศส

เมนู สลัดนิซัวส์แซลมอน เป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารสุขภาพ สไตล์ฝรั่งเศส ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายทั้งจาก ส่วนผสม หลักอย่าง ผัก ผลไม้ ไข่ไก่ และแซลมอน ซึ่งความจริงแล้วต้นตำรับเมนูสลัดนิซัวส์ของชาวนีซจะใช้เนื้อปลากะตักหรือปลาทูน่า แต่วันนี้เราจะเลือกใช้เนื้อปลาแซลมอน เพราะเราอยากให้เมนูนี้สามารถรับประทานได้ทุกวัย หากคุณไม่ชอบเนื้อปลาแซลมอนสามารถใช้เนื้อปลากะตักหรือปลาทูน่าแทนได้ แต่ก่อนที่คุณจะไปดูขั้นตอนและวิธีทำสลัดนิซัวส์แซลมอน เรามาเตรียมส่วนผสมทั้งหมดกันก่อนดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมสำหรับเมนูสลัดนิซัวส์แซลมอน

  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. มันฝรั่งเปลือกแดง 6 หัว
  3. ถั่วแขก 150 กรัม
  4. เนื้อปลาแซลมอนชิ้นใหญ่ 2 ชิ้น
  5. น้ำส้มสายชูหมักไวน์แดง 3 ช้อนโต๊ะ
  6. ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนชา
  7. มะเขือเทศสีดา 150 กรัม
  8. มะกอกสีดำไร้เมล็ด ¼ ถ้วยตวง
  9. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  10. เกลือป่น เล็กน้อย
  11. พริกไทยดำบด เล็กน้อย
  12. น้ำเปล่า
สลัดนิซัวส์แซลมอน

ขั้นตอนและวิธีทำเมนูสลัดนิซัวส์แซลมอน

หลังจากที่เราได้เตรียมส่วนผสมทั้งหมดของเมนู สลัดนิซัวส์แซลมอน เรียบร้อยแล้ว ต่อมาจะเป็นขั้นตอนและ วิธีทำ เมนูสลัดนิซัวส์ แซลมอน ซึ่งขั้นตอนการทำก็ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ แถวยังใช้เวลาในการทำไม่นาน เพียงแต่เราต้องใส่ใจกับทุกขั้นตอนที่สำคัญต้องรักษาความสะอาดด้วย โดยมีขั้นตอนและวิธีทำ ดังนี้

ขั้นตอนและวิธีทำเมนูสลัดนิซัวส์แซลมอน

  1. ตั้งหม้อต้มไข่ไก่ในน้ำเปล่าจนเดือด จากนั้นปิดไฟและปิดฝาพักไว้ 15 นาที เทน้ำร้อนทิ้งแล้วเติมน้ำเย็นแช่ไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่จานพักไว้
  2. ตั้งหม้อต้มมันฝรั่งเปลือกแดง และถั่วแขก จนสุก หรือจนเนื้อเริ่มนิ่ม จากนั้นนำมันฝรั่งเปลือกแดงมาหั่นผ่าครึ่ง ใส่จานพักไว้
  3. ตั้งกระทะไฟร้อนปานกลาง แล้วใส่น้ำมันมะกอกพอเคลือบกระทะ จากนั้นโรยเกลือป่น และพริกไทยดำบดบนเนื้อปลาแซลมอน จี่ปลาในกระทะด้านละ 1 นาที หรือให้สุกตามที่ต้องการ
  4. นำเนื้อปลาแซลมอนสุกแล้ว ออกมาหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ ตามขวาง 
  5. เริ่มเตรียมน้ำสลัด โดยการใส่เกลือป่น พริกไทยดำบด น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูหมักไวน์แดง และดิจองมัสตาร์ดในชามผสม จากนั้นตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  6. ใส่มะเขือเทศและมะกอกสีดำลงไปเคล้าให้เคลือบน้ำสลัด จากนั้นตักลาดบนเนื้อปลาแซลมอนที่หั่นแล้ว พร้อมเสิร์ฟคู่กับไข่ต้ม มันฝรั่งเปลือกแดงต้มสุก และถั่วแขกลวกสุก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเมนูสลัดนิซัวส์แซลมอน หรือ Nicoise Salad เมนูนี้ครบถ้วนไปด้วยรสชาติและรสสัมผัสของดินแดนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินที่หลากหลาย มีประโยชน์แก่ร่างกายไม่ว่าจะเป็น เนื้อปลาแซลมอนที่ย่อยง่าย ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หรือ หัวใจ เหมาะกับสำหรับผู้สูงอายุ หรือคุณที่มีโรคประจำตัวเยอะ ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน และไขมัน ไข่ต้ม เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเลือดได้เป็นอย่างดี และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ทำให้ผิวพรรณ เส้นผม และเล็บมีสุขภาพดี ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำสลัดนิซัวส์ก็จะได้รสชาติที่อร่อยอมเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมักไวน์แดง นอกจากนี้สลัดยังปรุงด้วยน้ำมันมะกอก ช่วยลดคอเลสเทอรอลได้อีกด้วย เมนูสลัดนิซัวส์แซลมอนจึงเหมาะสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพ

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

pg slot ฝากถอน ไม่มี ขั้นต่ำ เว็บตรง

Categories
ขนมเบเกอรี่ อาหารสุขภาพ

สูตร บราวนี่คลีน อร่อยไม่อ้วนช่วง work from home

บราวนี่คลีน

อยากกินของหวานแต่ก็ไม่อยากอ้วน ไม่ยากเลยค่ะสาว ๆ วันนี้เราเลยมีขนมอร่อยมาแนะนำกันค่ะ รับรองว่าอร่อยและไม่อ้วนแน่นอนค่ะ! และวันนี้เราก็มี สูตร บราวนี่คลีน สูตรขนมคลีนง่าย ๆ ที่ใช้วัตถุดิบไม่เยอะมาให้สายเฮลท์ตี้หรือใครที่กำลังลดน้ำหนักได้ทำกินกันค่ะ มาดูกันเล้ยย ! 

สูตร บราวนี่คลีน อร่อยไม่อ้วน ดีต่อใจแถมดีต่อสุขภาพ

Work from home กันมาก็น๊านนานน! บางคนอาจรู้สึกเบื่อและเหงา เราลองมาให้บราวนี่เติมความหวานให้กันดีกว่ามั้ยคะ? มาอร่อยกับ สูตร บราวนี่คลีน ที่ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน มีทั้งสูตรแบบใช้เตาอบและบราวนี่ ไม่ใช้เตาอบ เติมความหวานแบบดีต่อใจ อร่อยได้ ไม่อ้วน แน่นอนค่ะ

บราวนี่คลีน

สูตรที่ 1 บราวนี้ฟัดจ์เนื้อนุ่มหนึบ

ส่วนผสม

  • ดาร์กช็อกโกแลต 6 ออนซ์
  • น้ำมันมะพร้าว 6 ช้อนโต๊ะ
  • ผงโกโก้ ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
  • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • เบกกิ้งโซดา ¼ ช้อนชา
  • ผงกาแฟ ¼ ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ตามชอบ)

วิธีทำ

  • อุ่นเตาอบเตรียมไว้ ใช้อุณหภูมิ 350 องศา
  • ละลายช็อกโกแลตผสมกับน้ำมันมะพร้าวโดยใช้ไมโครเวฟ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที
  • นำผงโกโก้ผสมกับช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว คนให้เข้ากันจนส่วนผสมทั้งหมดเย็นลง พักไว้
  • เตรียมส่วนผสมชามที่สอง ตอกไข่และตีให้เข้ากัน จากนั้นผสมน้ำตาลลงไปและตีให้เข้ากับไข่ ใช้เวลาประมาณ 20-30 วินาที ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตีเพราะจะทำให้มีอากาศในเนื้อบราวนี่ของเรามากเกินไป
  • ใส่กลิ่นวานิลาและช็อกโกแลตลงในส่วนผสมชามที่สอง จากนั้นเติมเกลือ แป้งมันสำปะหลัง เบกกิ้งโซดา และผงกาแฟลงไป คนให้เข้ากันจนส่วนผสมเหนียวข้น
  • เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำไปอบ 20-25 นาทีจนบราวนี่สุกดี
  • รอให้เย็นจากนั้นตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟ จัดเสิร์ฟ
บราวนี่คลีน

สูตรที่ 2 บราวนี่คลีนไม่ง้อเตาอบ

ส่วนผสม

  • วอลนัท 1 ถ้วย
  • อินทผลัมอบแห้ง 2 ถ้วย
  • ผงโกโก้ 4 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • ท็อปปิ้งอื่น ๆ ที่ชอบ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์, อัลมอนด์, ช็อกโกแลตชิพ, ไอซิ่ง ฯลฯ
  • ช็อกโกแลตชิพหรือดาร์กช็อกโกแลต 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมันมะพร้าว ½ ช้อนชา (นำช็อกโกแลตไปละลายในไมโครเวฟเตรียมไว้)

วิธีทำ

  • นำวอลนัท อินทผลัม ผงโกโก้ กลิ่นวานิลา และเกลือใส่ลงในเครื่องผสมอาหาร ตีจนส่วนผสมเข้ากันละเอียดดี
  • เทส่วนผสมลงบนแม่พิมพ์ที่รองกระดาษไขเอาไว้ จัดเป็นรูปทรงตามชอบ
  • ราดช็อกโกแลตที่ละลายเตรียมไว้ลงไปบนหน้าบราวนี่ จากนั้นเติมท็อปปิ้งที่ชอบ ตกแต่งให้สวยงาม
  • นำเข้าตู้เย็นประมาณ 20-30 นาที จากนั้นนำออกมาตัดเป็นชิ้น จัดเสิร์ฟ



สรุป

เป็นยังไงบ้างคะ ? กับสูตร บราวนี่คลีน ที่เอามาฝากกันในวันนี้ ขอบอกว่าแต่ละสูตร อร่อย ได้แบบไม่ต้องรู้สึกอ้วนกันเลยล่ะค่ะ! ได้เติมความหวานให้ร่างกายแบบไม่ต้องรู้สึกผิดกันเลย ถ้าอย่างนั้นลองเอาไว้ทำกินเองช่วง work from home ได้เลย

เว็บสล็อต ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา